LEA-Project

*สำหรับผู้ที่เพิ่งเคยเข้ามา ขอความกรุณาย้อนกลับไปอ่านมารยาทการใช้บล๊อกในเอนทรี่ "ฉลองเปิดบล๊อก" ก่อนนะคะ*

มาคุยกันก่อน

วันนี้กลับมาอัพตามปกติ อ๊อก! หมายเลขฉลองฮิตใกล้มาเยือนยังทำของฉลองไม่ถึงไหน เวรกรรม TTช่วงนี้กำลังอยู่ในระหว่างการตระเวณสูบรูป Comic Party#3 ตามที่ต่างๆอย่างเมามันเพราะไม่ค่อยได้ถ่ายเอง (ไม่ค่อยตรงไหน ถ่ายมารวม 200 รูปเนี่ย!!) พลาดนักคอสไปหลายเซ็ตทีเดียว เหตุเพราะ . . ไม่รู้จักอ่ะ เลยเล็งถ่ายเฉพาะโซนที่พอรู้จักคุ้นหน้าค่าตากับโซนถูกใจเฉพาะกิจ ใครมีรูปลงไว้ที่ไหนบ้างบอกกันหน่อยนะจ๊ะ จะตามไปเก็บ

เอาล่ะจ๊ะไม่มีอะไรจะเล่ามากมายงั้นเลื่อนลงไปอ่านนิยายเลยแล้วกัน วันนี้เอาเรื่องใหม่ที่ไม่ใหม่เพราะลงที่เด็กดีจบแล้วมาฝาก คาดว่าหลายคนคงไม่เคยอ่าน (เพราะเชื่อว่าขี้เกียจไปค้น) เป็นแนวปกติที่มีแอบนิดๆแค่ให้จิ้นกันได้(ซึ่งคนเขียนก็จิ้นเตลิดไปไกลแล้วแต่ไม่ได้เขียนใส่เท่านั้นเอง 55+) ก็ลงที่นู่นต้องเรียบร้อยหน่อยน่ะจ๊ะ ไปอ่านกันเลยนะ ไม่ยาวมาก ลงไปเรื่อยๆสักสิบกว่าตอนก็จบแล้วจ้า


LEA - Project

เมื่อตะวันลาลับ ฉันลืมตาตื่นขึ้นจากความฝัน

ดวงจันทร์กำลังขึ้น . . . ณ อีกฟากฝั่งทะเลคราม

ความมืดโรยตัวลงมา . . . และฉันทำได้เพียงเฝ้ามอง

ดวงดาวทอแสง สะท้อนผิวน้ำพร่างพรายดังกระจกเงิน

ฉันรู้สึก . . ถึงกลิ่นอายแห่งอิสรภาพ

ชักชวนให้ลุกขึ้น . . และก้าวเดินไป

กาลเวลากำลังผันผ่าน สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงกำลังมา

ดวงอาทิตย์กำลังทอแสง ณ เส้นขอบฟ้าอันห่างไกล

เมื่อแสงสว่างกลับคืนมา

ฉันหลับตา . . และฝันถึงอิสรภาพชั่วข้ามคืน

When the sun leaves from the sky. I wakeup from my dream.

The moon is rising on the out of sea.

Darkness creeps through to the planet and I can only look at it.

The star shiny reflects its light on the water as a silver mirror.

I feel the breath of freedom encouraged me to get up and walk away.

Time is passing. The changing wind has come.

The sun is rising on the faraway horizon.

When the light has come.

I close my eyes and dream for the freedom one more time.

---------------------------------------------------------------

Chapter 00 : Prelude

ในปี ค.. 2582 อุกาบาตขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 10 กิโลเมตรได้พุ่งเข้าสู่วิถีวงโคจรของโลกด้วยความเร็วสูง จากการคำนวณคาดว่าในเวลาไม่เกิน 3 ปี อุกกาบาตขนาดยักษ์นี้จะพุ่งเข้าชนโลก

ในปี ค.. 2583 องค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกได้ร่วมมือกันค้นคว้าและผลิตอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อทำลายอุกกาบาตก่อนจะสัมผัสเข้าถึงชั้นบรรยากาศ

ในปี ค.. 2585 จรวดไอพ่นซึ่งบรรจุสารที่มีอานุภาพการทำลายล้างสูงกว่านิวเคลียร์หลายร้อยเท่าถูกยิงขึ้นไปในอวกาศ โดยมีเป้าหมายที่อุกกาบาตซึ่งโคจรตามหลังโลกมาติด ๆ แต่โครงการนี้กลับล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า เมื่ออาวุธขั้นร้ายแรงสุดยอดนั่นสามารถทำได้เพียงกะเทาะเปลือกนอกออก จนเหลือแต่แกนกลางซึ่งมีสีแดงสดคล้ายลาวาใต้ผิวโลกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 7 กิโลเมตรและพุ่งเข้าชนโลกอย่างรุนแรง เกิดวิกฤตการณ์ที่ทำให้ทวีปอเมริกาครึ่งหนึ่งหายสาบสูญไป ทั้งยังมีผลต่อทวีปอื่น ๆ จากการที่แกนโลกเคลื่อนย้ายเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยภายหลังได้มีการขนานนามวิกฤตการณ์นี้ขึ้นว่า First Impact

และภายในปีถัดมา สถาบันวิจัยพลังงานทางธรรมชาติจึงถูกก่อตั้งขึ้นเนื่องจากการสูญเสียทรัพยากรที่เคยใช้ในอดีตไปมากมาย ขณะเดียวกันก็ได้มีการค้นพบแหล่งพลังงานทดแทนทางธรรมชาติใหม่ ๆ ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่แผ่นดินและท้องทะเลถูกแยกออกจากกัน

ในปี ค.. 2610 มีการค้นพบการระเบิดของดาวดวงหนึ่งที่อยู่ภายนอกกาแลคซี่ แม้จะอยู่ห่างไกลออกไปแต่สะเก็ดดาวจำนวนมากได้พุ่งเข้าสู่กาแลคซี่ทางช้างเผือก ซึ่งย่อมหมายถึงอุกกาบาตจำนวนมากจะพุ่งเข้ากระทบโลกและอาจส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าเหตุการณ์ First Impact เมื่อ 35 ปีก่อน

ในปี ค.. 2621 กลุ่มอุกกาบาตซึ่งถูกเรียกว่า Ares ตามชื่อเทพแห่งสงครามของชาวกรีกโบราณได้พุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลก ซึ่งสถาบันวิจัยพลังงานทางธรรมชาติได้โต้ตอบโดยการใช้อาวุธชนิดหนึ่งซึ่งถูกสร้างขึ้นมาอย่างเป็นความลับและพัฒนามายาวนาน หากแม้จะเป็นอาวุธที่ดีกว่าจรวดรุ่นเก่าหลายสิบเท่าก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งความพินาศที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้ อุกาบาตขนาดเล็กจำนวนมากปะทะลงยังทวีปต่าง ๆ ทั่วโลกจนเกิดการเปลี่ยนแปลงและความล่มสลายร้ายแรงกว่าเก่าในพริบตา ไม่เว้นแม้แต่บริเวณสถาบันวิจัยที่เสียหายย่อยยับ แม้จะเป็นที่ซึ่งปลอดภัยที่สุดแล้วก็ตาม

นับว่าโชคดีที่มีการเตรียมการอพยพอย่างเพียบพร้อมและรัดกุม สถานที่หลบภัยซึ่งมีอยู่ทั่วโลกถูกทำลายไปราวสองในสาม ทำให้ประชากรส่วนใหญ่ยังคงรอดชีวิตพร้อมด้วยเสบียงอาหาร ไร่เกษตรและปศุสัตว์อีกเป็นจำนวนมาก แต่จากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทำให้สภาพภูมิศาสตร์และอื่น ๆ ต้องเปลี่ยนไปอีกครั้งโดยไม่หลงเหลือเค้าเดิม จึงจำเป็นต้องมีการจัดวางเส้นแบ่งอาณาเขตของแต่ละประเทศขึ้นใหม่ทั้งหมด

ต่อมาได้มีการขนานนามวิกฤตการณ์ครั้งที่ 2 ซึ่งมีความรุนแรงยิ่งกว่า First Impact หลายสิบเท่านี้ว่า Grand Impact

แล้วประวัติศาสตร์ของมนุษย์ก็ก้าวขึ้นสู่หน้าใหม่ในปี AI. (After Impact) ที่ 1

---------------------------------------------------------------

TBC. In next chapter

อ่านแล้วอย่าลืมทิ้งเม้นท์เอาไว้นะจ๊ะ อัพครั้งถัดไปยังลังเลอยู่ว่าจะเอาอะไรมาลง ถ้าพิมพ์ได้ทันก็จะเอาแม่ทัพน้ำแข็งมา แต่ถ้าไม่ทันคงเอา Juvenile มาละกันนะ

บายจ้า

PS. ยังคงหวังว่าหน้าเพจงวดนี้จะออกมาสมบูรณ์เช่นเคย แต่เราก็ยังคงไม่ไว้ใจหน้าเพจที่ออฟฟิศอยู่ดีแฮะ ดีไม่ดียังไงรอให้เราเช็คที่บ้านให้ก่อนแล้วจะแก้ให้ทีหลัง และก็เหมือนเคยนะจ๊ะ ถ้าเกินห้ารอบแล้วยังไม่หายนี่ก็ขอลา