*ถ้ายังไม่ได้อ่านคำเตือนเอนทรี่ก่อน กรุณาย้อนกลับไปอ่านก่อนนะคะ*
เอาเรื่องแต่งใหม่มาลงให้ได้อ่านกัน จริงๆก็ไม่ใหม่เท่าไหร่เพราะเริ่มเขียนมานานแล้ว แต่เวลาว่างไม่มีมันเลยอืดอาดยิ่งกว่าเต่าคลาน(ฮา)ยังไงอ่านแล้วก็อย่าลืมคอมเม้นท์ทิ้งไว้ด้วยนะจ๊ะ แล้วเจอกันเอนทรี่ต่อไปนะ
Juvenile Orion
วาล่าร์ อวาต้า หนึ่งนาม . . ชนปีกขาว
ตัวแทนแห่งแสงสว่าง ผู้ขับลำนำบทเพลงยามทิวาวันเยือนผ่าน
มอร์น่า วากูลส์ หนึ่งนาม . . ชนเผ่ามายา
ตัวแทนแห่งความมืด ผู้เคลื่อนขับความหวาดหวั่นยามรัตติกาลเยื้องกราย
2 เผ่าพันธุ์ 2 แผ่นดิน คงอยู่เคียงคู่ทว่าตรงข้าม
ก่อกำเนิดมหาสงครามอันต่อเนื่องยาวนานดุจนิจนิรันดร์
หากความกระหายต่อชัยชนะ กลับเป็นบ่อเกิดแห่งความพรั่นพรึงเหนือสิ่งอื่นใด
ไดแอส เพียร์
หนึ่งนาม . . แม้ชนมายาผู้ให้กำเนิดยังมิอาจเทียบ
หนึ่งนาม . . ทำลายทุกสิ่งสิ้นสูญ
หนึ่งนาม . . แปรเปลี่ยนมหาสงครามสู่ความร่วมมือและความผูกพัน
ลงตราปิดผนึกมหันตภัย พร้อมทำลายฟันเฟืองห้วงเวลา
เปิดเส้นทางที่สามสู่ดินแดนใหม่
หยิบยื่นอำนาจในมือและสายเลือดอันสูงส่ง . . สู่มือมนุษย์
Chapter 00 : Prelude
พวกเราต้องยอมเสียสละผู้คนหกคนเพื่อลงยันต์ปิดผนึกมารร้ายนั่น ก่อนที่มันจะฟื้นตัวกลับมาออกอาละวาดทำลายลานาลีส . . โลกของมนุษย์ เช่นเดียวกับที่มันทำลายเอเดเนีย . . โลกของพวกเราจนแทบพินาศย่อยยับมาแล้ว
ชายผมสีขาวยาวในชุดคลุมสีขาวสวมรัดเกล้าเงินประดับมณีสีน้ำเงินเข้มกลางหน้าผากยืนอยู่บนแท่นเวทียกพื้นวงกลม กระแสเสียงที่เปล่งออกมาดังกังวานประกาศก้องต่อหน้าร่างผู้คนนับร้อยซึ่งแบ่งครึ่งตามสีอาภรณ์ออกเป็นสองส่วนคือสีอ่อนค่อนไปทางขาวสะอาด และสีเข้มที่ค่อนไปทางดำอย่างชัดเจนให้สามารถได้ยินกันอย่างทั่วถึง
ชายผมดำสวมรัดเกล้าทองคำบนหน้าผากซึ่งยืนอยู่ข้างชายคนแรกก้าวล้ำออกมาเบื้องหน้า พวกเราทั้งสองฝ่ายรวมทั้งเหล่าจอมเวทย์ชาวมนุษย์ซึ่งหลงเหลืออยู่ได้ปรึกษากัน และเห็นว่ามีเพียงหนทางนี้เท่านั้นที่เราจะสามารถยุติการนองเลือดนับพันปีระหว่างกันและกัน ทั้งหยุดยั้งความวิบัติทั้งมวลอันเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของเรา ร่างสูงเว้นจังหวะการพูดชั่วครู่เพื่อจับสังเกตปฏิกิริยาของผู้รับฟัง เราต้องการอาสาสมัครหกคนจากเหล่าตระกูลซึ่งมีอำนาจสูงสุดของแต่ละเผ่าพันธุ์ฝ่ายละสามคน และไม่ว่าอย่างไรก็ตามตระกูลข้าขอรับผิดชอบในฐานะผู้นำมอร์น่า วากูลส์ . . ชนชาวมายา ข้าขอเสนอตัวข้า . .
ไม่ !
เสียงหนึ่งดังขัดขึ้นจากในกลุ่มชนเบื้องล่างก่อนชายบนเวทียกพื้นจะได้กล่าวจบประโยค ทำให้เกิดเสียงพูดคุยพึมพำและต่างฝ่ายต่างมองหาที่มาของเสียงเมื่อครู่
จนกระทั่งชายผมดำสนิทยาวดวงตาสีม่วงเข้มเกือบดำปรากฏตัวขึ้น ลำแขนแกร่งสะบัดหลุดจากการดึงรั้งของร่างที่สูงใกล้เคียงกันเบื้องหลัง แล้วสะบัดปีกค้างคาวสีดำสนิทโผร่างขึ้นบนแท่นยกพื้นต่อหน้าชายผมดำบนเวทีนั่น
ข้าไม่อาจยินยอมให้ท่านกระทำเช่นนั้นขอรับ ท่านพ่อ ชายหนุ่มเอ่ยช้าชัดพอที่ทุกฝ่ายในเหตุการณ์จะได้ยินกันอย่างทั่วถึง โปรดอย่าได้ลืมว่าท่านคือผู้นำเผ่าพันธุ์แห่งรัตติกาลทั้งยังเป็นประมุขชนมายาทั้งมวล กลุ่มชนทั้งสามเผ่าพันธุ์ของพวกเราอาจกลับไปก่อเหตุการณ์นองเลือดระหว่างเผ่าเช่นในอดีตกาลอีกครั้งหากสูญเสียท่านไป
เช่นนั้นตัวเลือกถัดมาควรเป็นบุตรคนโตของข้า . . พี่ชายเจ้า ?
ชายหนุ่มส่ายศีรษะ ท่านพี่ไม่อาจรับภาระนี้ได้ ขอกล่าวตามความสัตย์ . . ท่านพี่ไม่มีความสามารถเพียงพอจะเป็นดวงตราปิดผนึกได้ขอรับ ท่านพ่อ ริมฝีปากเรียวคลี่ยิ้มบางเฉียบขณะดวงตาสีม่วงดำหรี่ลงเล็กน้อยซ่อนประกายวาววับที่ปรากฏขึ้นชั่วขณะ ร่างสูงหมุนกายหันมาเผชิญหน้าผองชนเบื้องล่างเวที ข้าคือคาห์น ! บุตรชายคนรองของประมุขแห่งมอร์น่า วากูลส์ ! ในฐานะตัวแทนตระกูลมาโครคิแอส . . ผู้นำเผ่าพันธุ์แห่งรัตติกาล ข้าขออาสาสละกายเนื้อนี้เพื่อเป็นดวงตราปิดผนึกความชั่วร้ายอันเกิดขึ้นด้วยน้ำมือของพวกเรา !!
เสียงโห่ร้องจากบรรดาผู้ซึ่งสวมชุดสีเข้มบ้างดำบ้างร่วมครึ่งหนึ่งของผู้รับฟังทั้งหมด ดังสนั่นจนพื้นดินสั่นสะเทือน ก่อนจะกลายเป็นเสียงแก่งแย่งขันอาสาจากต้นตระกูลต่าง ๆ มากมายตามมา
. . อา . . มอร์น่า วากูลส์ . . ชนเผ่ามายา ช่างน่าปลาบปลื้มนัก ชายในชุดคลุมขาวยาวเอ่ยเสียงแผ่ว ริมฝีปากเรียวกรีดรอยยิ้มบางให้ชายผมดำสั้น ท่านเองก็มีบุตรชายที่น่าชื่นชมยิ่ง นันซ่าร์ มาโครคิแอส
เจ้าของนามยิ้มรับ คาห์นเป็นบุตรชายที่ข้าภาคภูมิใจ เขามีทุกอย่างซึ่งชนชั้นผู้นำสมควรมี การตัดสินใจของเขาเมื่อครู่แม้ข้าจะไม่เห็นด้วยนักแต่ด้านเหตุผลมิอาจไม่เห็นชอบ ทั้งสิ่งใดที่เขาได้ตัดสินใจเป็นมั่นเหมาะแล้วไม่เคยมีผู้ใดสามารถขัดขวางได้แม้เพียงครั้งเดียว ชายหนุ่มระบายลมหายใจออกแผ่วขณะหมุนกายหันมาหาคู่สนทนาเต็มตัว ข้าเองต้องขออภัยต่อพวกท่าน . . เหล่าผองชนวาล่าร์ อวาต้า ก่อนนี้พวกเราดูถูกชนเผ่าของท่านมากมายถึงกับเรียกขานพวกท่านเป็นเพียงแมลงปีกขาว มาบัดนี้จึงได้รู้ซึ้งถึงจิตใจที่เปิดกว้างและความกล้าหาญของพวกท่าน ข้านึกละอายใจแทนเหล่าบรรพบุรุษของพวกเรายิ่งนัก ร่างสูงก้มศีรษะลงเล็กน้อยเป็นเชิงขออภัย
ดวงตาสีฟ้าใสเบิกกว้างชั่วขณะก่อนริมฝีปากจะระบายยิ้มยินดี ข้ารู้สึกยินดีเหลือเกินที่พวกเราสามารถมีวันนี้ได้ ภายหลังความพินาศจากไดแอส เพียร์นั่น . . นี่ถือเป็นเรื่องน่ายินดียิ่งเรื่องแรกเลยทีเดียว ฝ่ามือใหญ่ผายยื่นออกมาตรงหน้า นับจากนี้ไปพวกเราจะรักษามิตรภาพที่ได้ถือกำเนิดขึ้นนี้ไว้ตลอดไปจนชั่วนิรันดร์
มิตรภาพชั่วนิรันดร์ ชายผมดำยื่นมือออกไปสัมผัสมืออีกฝ่ายและบีบกระชับตอบหนักแน่น เป็นการยืนยันความหมายต่อคำมั่นสัญญา ยืนยันถึงคำของตนว่าจะเป็นคำสัตย์ซึ่งจะไม่มีวันแปรเปลี่ยนไป
--------------------------------------------
ไม่ ! ข้าไม่อาจยอมรับการตัดสินใจของท่าน !! ชายเจ้าของเรือนผมสีเงินสว่างเปล่งเสียงตวาดกร้าว ทำไมท่านพ่อถึงไม่ให้ข้าเป็นตัวแทนตระกูลนาตาเนียลของเราแต่กลับส่งน้องสาวฝาแฝดของข้าไป !? ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้ ข้าไม่ยอมรับ !!
ชายในชุดคลุมขาวสะอาดพร้อมรัดเกล้าเงินบนหน้าผากส่ายศีรษะไปมา ข้าไม่เห็นด้วยกับการที่เจ้าจะสละชีพเพื่อเป็นดวงตราปิดผนึก หากไม่คาดคิดว่านางจะเสนอตัวขึ้นเป็นตัวแทนของเจ้า คิดดีแน่แล้วหรือ ? เซฟาเนีย บุตรสาวของข้า เจ้าของเรือนผมสีขาวยาวมัดรวบเรียบร้อยหันไปหาหญิงสาวผมทองซึ่งยืนพยักหน้ารับอยู่อีกด้านหนึ่ง
เซฟาเนีย ! แม้แต่เจ้าก็เป็นไปด้วยรึ ?! ข้าไม่ยอมเสียน้องสาวคนสำคัญอย่างเจ้าไปหรอกนะ อภัยให้ข้าด้วย ! ชายหนุ่มสะบัดปีกนกสีขาวออกจากกลางแผ่นหลังแล้วโผเข้าหาร่างระหงรวดเร็วพร้อมกับมือข้างหนึ่งซึ่งอาบแสงอาบแสงสีขาวเงื้อขึ้นสูง
เซฟาเนียก้มใบหน้าลงพร้อมกับส่ายศีรษะ ท่านพี่ ขณะร้อนใจท่านมักขาดวิจารณญาณยั้งคิดเสมอไม่เคยเปลี่ยน ดวงตาสีอำพันเปิดขึ้นในวินาทีสุดท้ายก่อนที่มือใหญ่ของอีกฝ่ายจะเข้าถึงตัวชิงพลิกกายหลบและเป็นฝ่ายกลับตัวตวัดขากระแทกเข้ากึ่งต้นคอกึ่งบ่าชายหนุ่มเต็มแรง ยังผลให้ร่างผู้เป็นพี่ชายล้มลงกับพื้นทันที
จ . . เจ้า . . ถ้อยคำแผ่วเบาขาดหายไปเมื่อชายหนุ่มหมดสตินอนนิ่งกับพื้นทั้งที่ปีกสีขาวยังคลี่กางเต็มแผ่นหลัง
ริมฝีปากเรียวระบายยิ้มบางเบา ข้าเองก็ไม่อาจทนเห็นพี่ชายที่รักยิ่งสิ้นชีพไปต่อหน้าต่อตาได้เช่นกัน อีกทั้งคนรักของข้าก็เข้าร่วมการเสียสละในครั้งนี้ด้วยดังนั้นข้าจึงตัดสินใจเสนอตัวเป็นฝ่ายไป ขอท่านพี่โปรดอภัยให้กับความเห็นแก่ตัวของข้าด้วย ร่างระหงก้มศีรษะลงเล็กน้อยแทนการทำความเคารพต่อร่างที่สลบไสลอยู่แทบเท้า
เซฟาเนีย คนรักของเจ้าเป็นใคร ? เหตุใดจึงไม่มีใครระแคะระคายหรือได้รับรู้ ? ชายผมขาวเอ่ยถามเสียงต่ำเรียบ รักษาความสงบเยือกเย็นเอาไว้ได้เป็นอย่างดี
ท่านพ่อไมเนสเซอา ไม่คิดหรือคะว่าบุตรชายคนรองแห่งประมุขมอร์น่า วากูลส์นั้น . . เป็นชายที่น่าชื่นชมยิ่ง หญิงสาวก้มศีรษะน้อมร่างลงต่ำให้กับผู้เป็นบิดาซึ่งเบิกดวงตากว้างด้วยความตกตะลึง ข้าได้ตัดสินใจแล้ว เซฟาเนีย นาตาเนียล ขออาสาเป็นตัวแทนตระกูลชั้นเซราฟีมสละชีพเพื่อเป็นดวงตราปิดผนึกปิศาจร้ายนั่นแน่นอนค่ะ ท่านผู้นำ
ไมเนสเซอาระบายลมหายใจออกแผ่ว ในเมื่อเจ้าได้ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วตัวข้าก็ไม่มีสิ่งใดจะกล่าวอีก พรุ่งนี้เช้าเจ้าต้องเข้าร่วมการเก็บตัวเพื่อชำระดวงวิญญาณกับราชันย์นักเวทย์แห่งลานาสีสเช่นเดียวกับดวงตราอีกห้าคนที่เหลือ เจ้าของเรือนผมสีขาวสะอาดเลื่อนมือขึ้นประคองข้างใบหน้าของหญิงสาวแผ่วเบา ไซเนส โพรฟิออน นักเวทย์อันดับหนึ่งของมนุษย์ผู้ครองตำแหน่งราชันย์ของเหล่าจอมเวทย์จะดูแลพวกเจ้าอย่างใกล้ชิด จงจดจำไว้ . . บุตรสาวของข้า พิธีปิดผนึกครั้งนี้มีความสำคัญยิ่งเพื่อปกป้องสิ่งมีชีวิตทั้งหลายมิให้ถูกทำลายพินาศย่อยยับ อีกทั้งเป็นหลักฐานถึงความร่วมมือแห่งสามเผ่าพันธุ์โดยเฉพาะมิตรภาพของพวกเราและชนมายา จงทำหน้าที่ดวงตราให้ดีที่สุดอย่าให้เกิดข้อผิดพลาดได้โดยเด็ดขาด
รับทราบค่ะ ท่านผู้นำ หญิงสาวผมทองกล่าวตอบหนักแน่น ดวงตาเรียวสวยเป็นประกายวาววับด้วยความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยม
ริมฝีปากเรียวกรีดรอยยิ้มบาง ขอเหล่าบรรพบุรุษวาล่าร์ อวาต้าอำนวยพรแก่เจ้า เซฟาเนีย นาตาเนียล เพื่อเกียรติภูมิและอนาคตแห่งเผ่าพันธุ์ของเรา ร่างสูงบรรจงทาบริมฝีปากลงยังกลางหน้าผากเนียนของอีกฝ่ายแผ่วเบาทั้งนุ่มนวลยิ่ง
เพื่อเกียรติภูมิและอนาคตแห่งเผ่าพันธุ์ หญิงสาวตอบรับถ้อยคำก่อนทรุดกายลงคุกเข่าและค้อมศีรษะลงต่ำคำนับอย่างเต็มรูปแบบในฐานะผู้ปกครองและผู้ถูกปกครอง หาใช่ในฐานะบิดาและบุตรีดังที่เคยปฏิบัติต่อกันเสมอมา
--------------------------------------------
ชายวัยกลางคนยืนนิ่งอยู่บนชะง่อนผาแห่งหนึ่ง สายลมกรรโชกแรงพัดพาชายผ้าคลุมสีเขียวเข้มขลิบดำปลิวสะบัดเสียงดังพรึบพั่บ ภายใต้เรือนผมสีเทาแกมขาวยาวซึ่งปลิวพลิ้วตามแรงลมดวงตาสีแดงสดยังคงจ้องมองตรงไปยังกลุ่มก้อนรูปร่างคล้ายลูกแก้วสีดำขนาดใหญ่เทียบเท่าเมืองทั้งเมือง ลอยอยู่เหนือแอ่งกลางหุบเขารายล้อมไปด้วยเทือกเขาปลายแหลมคมแห้งแล้งซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล
ภายในลูกแก้วยักษ์มองเห็นเงาทะมึนลาง ๆ ของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ขยับเคลื่อนไหว เสียงคำรามต่ำระคายหูดังให้ได้ยินเป็นระยะ ปะปนกับเสียงฟ้าร้องและเสียงระเบิดของอณูอากาศเมื่อปรากฏสายฟ้าฟาดลงจากกลุ่มเมฆดำทมิฬรอบบริเวณหุบเขากันดารนั่น
เจ้าช่างดื้อด้านนัก ไดแอส เพียร์ ดื้อรั้นและชั่วร้ายเสียจนไม่อาจปล่อยปละละเว้นเจ้าได้ น่าเสียดายนักที่ตัวข้าในเวลานั้นทำได้เพียงทำร้ายเจ้าบาดเจ็บสาหัส หากข้าแข็งแกร่งกว่านี้อีกสักนิดคงสามารถกำจัดเจ้าให้หลุดพ้นจากสภาพอันน่าอดสูเช่นนี้ได้ เจ้าของเรือนผมสีเทาแกมขาวรำพึงกับตนเองเสียงแผ่ว
ร่างสูงหมุนกายหันหลังให้ลูกแก้วยักษ์ แล้วก้าวออกจากริมชะง่อนผาพร้อมด้วยไม้เท้ายาวประดับมณีสีม่วงขนาดใหญ่เท่ากำมือ ซึ่งมีประกายคล้ายดวงดาวระยิบระยับจำนวนมากวิ่งวนไปมาอยู่ภายในประดับที่ส่วนปลายยอดด้านบน ก่อนหยุดเท้าลงเมื่อก้าวมาได้ครึ่งทาง มองเห็นปากทางเข้าถ้ำมืดมิดขนาดใหญ่พอให้คนเดินผ่านเข้าไปได้พร้อมกันสามคนอยู่ตรงหน้า และมีชายหญิงคู่หนึ่งยืนนิ่งอยู่ตรงบริเวณปากทางเข้าถ้ำที่ทอดตัวอยู่ภายในเทือกเขา
ท่านพ่อไซเนส ข้าเตรียมที่พักสำหรับเหล่าดวงตราตามคำสั่งของท่านเรียบร้อยแล้วค่ะ หญิงสาวผมสีน้ำตาลเข้มเกือบดำเอ่ยรายงานขึ้นก่อน
ส่วนข้าเตรียมสถานที่ชำระดวงวิญญาณเรียบร้อยแล้วเช่นกันครับ ท่านพ่อ
เจ้าของนามพยักหน้ารับก่อนจะเงยหน้าขึ้น จึงมองสบเข้าพอดีกับเงาร่างลาง ๆ ที่สะบัดปีกบินเข้ามาจากท้องฟ้าซึ่งปกคลุมด้วยเมฆหมอกมืดดำ โดยมีประกายแสงจากสายฟ้ากระทบให้เห็นกรอบโครงร่างที่แตกต่างกันได้เป็นระยะ
ตัวแทนผู้เสียสละจากพันธมิตรใหม่ทั้งสองเผ่าพันธุ์ของเรามาแล้ว
ชายสวมชุดสีดำทั้งตัวคนหนึ่งทิ้งตัวลงยังลานเรียบโล่งของเชิงผาเป็นคนแรก ปีกค้างคาวสีดำสนิทสะบัดครั้งสุดท้ายก่อนจะหุบเก็บไว้บนแผ่นหลัง ตามมาด้วยมังกรสีทองขนาดใหญ่ตัวหนึ่งซึ่งนำชายผมสีเงินยวงมีใบหูแหลมยาวมาด้วยบนหลัง ก่อนมังกรใหญ่จะสะบัดศีรษะใหญ่โตแล้วกลายเป็นหญิงสาวผมทองดวงตาสีน้ำเงินเข้มประดับเขาสีทองบิดเป็นเกลียวใต้ใบหูข้างใบหน้า เมื่อร่างสูงบนหลังกระโดดลงยืนกับพื้น
ขณะอีกด้านคือกลุ่มคนซึ่งมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ทุกประการ ยกเว้นเพียงมีปีกสีขาวสะอาดคลี่แผ่ออกจากกลางแผ่นหลังถึงสามคู่ นำโดยหญิงสาวผมทองซึ่งทิ้งตัวลงบนลานเชิงผาเป็นคนแรกของกลุ่ม และชายอีกสองคนซึ่งมีผมสีอ่อนโทนเดียวกันตามมาเบื้องหลัง
ดวงตาสีม่วงดำเพ่งมองหญิงสาวผมทองในอาภรณ์ขาวสะอาดอย่างตกตะลึงชั่วครู่จึงรู้สึกตัว ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นทาบอกแล้วก้มศีรษะลงเล็กน้อยให้กลุ่มคนในชุดขาว ก่อนหันมาทำกิริยาเดียวกันต่อชายวัยกลางคน ซึ่งสวมชุดยาวสวมผ้าคลุมสีเขียวเข้มขลิบดำถือไม้เท้าประดับมณีส่องประกายแวววาวอยู่ในมือ ไซเนส โพรฟิออน เราคือตัวแทนชนมายามอร์น่า วากูลส์ ข้าคือคาห์น มาโครคิแอส มาในฐานะผู้แทนตระกูลผู้นำชนเผ่าแห่งรัตติกาล ส่วนนี่คือเรพริออน อิธิลค์ สายตระกูลสุนัขป่าตระกูลผู้นำแห่งวาเรเรียน . . เผ่าครึ่งสัตว์และดาเรี่ยน ดราโกลดีนท์ สายตระกูลมังกรทองตระกูลผู้นำแห่งเผ่ามังกร
หญิงสาวผมทองในชุดขาวสะอาดแสดงความเคารพต่อทั้งสองฝ่ายด้วยกิริยาไม่แตกต่างกัน เราคือตัวแทนจากชนปีกขาววาล่าร์ อวาต้า ข้าคือเซฟาเนีย นาตาเนียล จากตระกูลผู้นำชั้นเซราฟีม ส่วนทั้งสองคนนี้คืออิงเวย์ อานอเรี่ยนและทาร์คิทัส เครโนอุส ต่างก็มาจากตระกูลชั้นเซราฟีมทั้งคู่
ร่างสูงพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มบาง ข้าคือไซเนส โพรฟิออน ส่วนนี่คือบุตรและบุตรีของข้า ไรเจลและเรมิแรธ เจ้าของเรือนผมสีเทาแซมขาวเอ่ยพลางผายมือไปยังชายหญิงที่ยืนอยู่เบื้องหน้าปากทางเข้าถ้ำ ยินดีต้อนรับสู่ที่พำนักชั่วคราว พวกเราได้จัดเตรียมทุกสิ่งที่พวกท่านต้องการเอาไว้พร้อมสรรพ ข้าหวังว่าทุกท่านจะมีความรู้สึกราวกับอยู่ในบ้านของตนเอง ขอเชิญด้านในก่อน เราจะได้พูดคุยกันถึงลำดับกระบวนการที่จำเป็นก่อนการทำพิธีปิดผนึกในอีกหกเดือนข้างหน้า ชายร่างสูงหมุนกายก้าวเท้านำคนทั้งหมดเข้าไปภายในถ้ำโดยมีบุตรและบุตรีเดินตามเข้าไปเป็นสองคนสุดท้าย แล้วปากถ้ำกว้างใหญ่ก็เลือนหายไปเหลือเพียงผิวแข็งหยาบของเทือกเขา ไม่ปรากฏร่องรอยให้เห็นว่ามีถ้ำอยู่ภายในได้แม้แต่น้อย
--------------------------------------------
ชายผมดำสวมรัดเกล้าทองคำหุบปีกค้างคาวบนแผ่นหลัง ทิ้งตัวลงยืนข้างไมเนสเซอาบนเนินดินสูงด้านหนึ่ง ขณะมองตามสายตาอีกฝ่ายตรงไปยังหุบเขาซึ่งปรากฏลูกกลมที่ภายในมองเห็นเงาร่างสีดำได้ลาง ๆ หมุนคว้างกลางสภาพอากาศอันเลวร้าย ท้องฟ้าบริเวณนั้นมืดทึบ กระแสลมหมุนวนรุนแรงโดยมีจุดศูนย์กลางยังรังฟักตัวอสูรร้ายขนาดยักษ์ภายในเกราะแก้วนั่น อีกทั้งสายฟ้าที่แล่นแปลบแปลาบเป็นระยะ ก่อให้เกิดความรู้สึกกดดันถึงสิ่งชั่วร้ายต่อทุกผู้คนที่มองสบ
พิธีลงยันต์ปิดผนึก . . เริ่มขึ้นแล้ว ชายผมขาวยาวสวมรัดเกล้าเงินเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ขณะมองเห็นแสงสว่างสีม่วงเจิดจรัสอยู่กลางกลุ่มเมฆดำที่เริ่มหมุนรุนแรงขึ้นทุกที
ประกายแสงหกตำแหน่งซึ่งอยู่รายล้อมลูกกลมทมิฬเปล่งแสงตอบรับจุดสีม่วงสว่างนั่น ก่อนจะกระจายเป็นเส้นลำแสงอ่อนพลิ้วสีเงินเชื่อมเข้าหากันแล้วโยงขึ้นไปรวมยังจุดแสงสีม่วง ณ ใจกลางวงล้อมเหนือรังฟักตัว จากนั้นจึงกระจายเป็นเส้นด้ายลำแสงนับร้อยพันวิ่งพันทบกันไปมาโอบล้อมลูกกลมยักษ์อย่างรวดเร็ว
จังหวะเดียวกับที่เสียงคำรามดังก้อง เกราะกลมดำขลับเริ่มมีการเคลื่อนไหวดิ้นรนขัดขืน มองเห็นส่วนลำแขนซึ่งเต็มไปด้วยหมอกดำเงื้อทะลุเกราะแก้วและใยเงินพันธนาการออกมา
มันกำลังจะดิ้นหลุด !! นันซ่าร์เปล่งเสียงดังด้วยความตระหนก เพราะหากพิธีปิดผนึกนี้ผิดพลาดจะไม่มีหนทางใดช่วยให้ทุกสิ่งหลีกพ้นจากความพินาศไปได้เลย
ชั่วพริบตาขณะพันธนาการลำแสงอ่อนกำลัง เงื้อมมือในม่านหมอกที่เงื้อขึ้นสูงก็ถูกลำแสงสีม่วงจากจุดกึ่งกลางพุ่งเข้าทำลาย ทำให้กลุ่มหมอกร้ายซึ่งยังรวมตัวกันเป็นกายเนื้อไม่สมบูรณ์แตกกระจายปลิวไปกับสายลมลงสู่พื้นดิน จุดแสงสีเงินจุดหนึ่งเปล่งประกายรุนแรงขึ้นเด่นชัดก่อนจะตามด้วยอีกจุดและอีกจุดจนครบทั้งหกตำแหน่ง ทำให้เส้นด้ายลำแสงที่คล้ายตัวยุ่งเหยิงกลับเข้าที่เข้าทางพร้อมรัศมีที่กลับเจิดจรัสยิ่งกว่าเก่า
มือของชายผมขาวที่ประสานกันอยู่เบื้องหน้าเกร็งจนสั่นระริก นี่คือแสงจากดวงวิญญาณบริสุทธิ์ โอ . . บุตรีของข้า เหล่าผู้เสียสละของข้า . . ใบหน้าขาวก้มลงนิ่งขณะริมฝีปากเม้มขบจนเป็นรอยแดงระเรื่อชัด
ไมเนสเซอา . . . ชายผมดำก้าวเข้าใกล้อีกฝ่าย มือใหญ่เอื้อมเข้ากุมกระชับมือสั่นระริกเย็นเฉียบของร่างในชุดขาวเอาไว้แน่น เงยหน้าขึ้นแล้วดูให้เต็มตา . . ผู้นำผองชนวาล่าร์ อวาต้า ท่านต้องรับรู้ทุกช่วงยามของพิธีกรรมอันยิ่งใหญ่นี้เพื่อให้เกียรติแก่ผู้เสียสละเหล่านั้น จงมองดูและจดจำทุกรายละเอียดเพื่อเล่าขานถึงเรื่องราววีรกรรมของพวกเขาแก่เหล่าอนุชนรุ่นหลังให้ได้รับรู้ มิให้ถูกกาลเวลาลบเลือนหายไป
ร่างในอาภรณ์ขาวสะอาดพยักหน้ารับและเงยหน้าขึ้น ก่อนจะชะงักเมื่อสายตามองสบเข้ากับร่างหนึ่งซึ่งบินตัดผ่านเบื้องหน้ามุ่งไปยังบริเวณหุบเขากันดารนั่น หยุดนะ !! เจ้าของเรือนผมสีขาวสะอาดสะบัดคลี่ปีกสีขาวออกจากแผ่นหลังโผทะยานขึ้นขวางเอาไว้ทันที
อย่าขวางข้า ! ท่านพ่อ ข้าจะไปพาเซฟาเนียกลับมา ! ข้าไม่ยอมเสียน้องสาวคนสำคัญคนเดียวของข้าไปแบบนี้ !!
ไม่มีประโยชน์ ไมเนสเซอาส่ายศีรษะไปมาช้า ๆ มันสายไปแล้ว การลงยันต์กำลังจะจบ หากเจ้าเข้าไปแทรกแซงเวลานี้พิธีที่สู้อุตส่าห์ใช้เวลาถึงครึ่งปีเตรียมการจะล้มเหลว ชีวิตน้องเจ้าที่ยอมเสียสละจะสูญเปล่าและข้ามิอาจยินยอมให้เป็นเช่นนั้น ! ร่างสูงตวัดมือขึ้นเรียกแสงสีขาวสะอาดให้มารวมตัวกันกลายสภาพเป็นศรแสงลำยาวจำนวนหนึ่งปรากฏขึ้นในอากาศ
ชายหนุ่มขบริมฝีปากแน่น ขณะดวงตามองสลับไปมาระหว่างชายตรงหน้าและสภาพผันแปรตลอดเวลาของพิธีกรรมเหนือหุบเขาแห้งแล้งห่างไกลออกไปทางด้านหลังผู้ที่ขวางทางตนอยู่ ดวงตาคมกล้าเบิกกว้างเมื่อเห็นจุดแสงสีม่วงเปล่งประกายรุนแรงยิ่งขึ้นอีก สอดรับกับเส้นแสงและจุดแสงสีเงินทั้งหก ไม่ ! เซฟาเนีย ! ไม่ใช่แบบนี้ !!
หยุดนะ !! ร่างสูงตวาดกร้าว ฝ่ามือที่ยกค้างตวัดลงปล่อยศรแสงทั้งหมดให้พุ่งเข้าใส่ชายหนุ่มซึ่งทะยานร่างบินสวนเข้ามารวดเร็ว
เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ประกายแสงจากพิธีกรรมเหนือหุบเข้ารวมตัวเปล่งรัศมีเจิดจ้า บดบังสภาพแวดล้อมทุกสิ่งจนกลายเป็นสีขาวสะอาดไปชั่วขณะ พร้อมเสียงร่ำร้องโหยหวนระคายหูที่ดังสะท้านจนสั่นสะเทือนลามไปถึงส่วนลึกภายในร่างกายก่อนค่อย ๆ แผ่วลงและเงียบหายไปในที่สุด เช่นเดียวกับลำแสงจัดจ้าที่อ่อนกำลังลงแล้วเลือนหาย เหลือเพียงประกายสีซีดจางหกจุดซึ่งรวมตัวกันอยู่ใกล้จุดแสงสีม่วงก่อนจะผละจากกันกระจัดกระจายแยกไปทั่วหกทิศราวกับดาวตก มีเพียงจุดแสงสีม่วงซึ่งอ่อนกำลังลงทีละน้อยค่อย ๆ ร่วงตกลงกลางหุบเขาแห้งแล้งนั้น
ชายผมขาวลดระดับความสูงลงยืนกับพื้นตรงหน้านันซ่าร์ ซึ่งอุ้มร่างสลบไสลของชายหนุ่มผมเงินที่มีบาดแผลเพียงถาก ๆ ปรากฏประปรายตามร่างกาย ขอบคุณที่ช่วยรับเขาเอาไว้ นันซ่าร์
ร่างสูงส่ายศีรษะเล็กน้อยก่อนจะชะงักเมื่อมองสบเข้ากับกลุ่มหมอกดำสนิทกลุ่มเล็ก ๆ ที่ลอยเข้ามา ดวงตาคมกล้าเบิกกว้างหลังจากรับฟังคำบอกเล่าของดวงวิญญาณแห่งรัตติกาลในรูปหมอกดำนั่นแล้ววางร่างในอ้อมแขนลงนอนกับพื้นและหันไปกระซิบบอกต่อถ้อยคำที่เพิ่งรับรู้ให้อีกฝ่ายได้ทราบ
ดวงตาสีฟ้าจางเบิกกว้าง ปีกสีขาวบนแผ่นหลังคลี่สะบัดออกในทันที ข้าจะไปตามหา !
ฝ่ามือใหญ่ฉวยบ่าชายผมขาวกดรั้งเอาไว้รวดเร็ว อย่า ! ปล่อยให้เป็นไปตามความต้องการของบุตรีท่านเป็นดีที่สุด
แต่ยังไงข้าก็ต้องบอกเรื่องนี้กับเขา ว่าพลางตวัดดวงตามองไปยังชายผมเงินที่ยังนอนนิ่ง เขารู้เมื่อใดด้วยนิสัยดื้อรั้นของเขาย่อมต้องไปเอาตัวมาทันทีแน่นอน มันอาจรุนแรงเกินไปหากเป็นเช่นนั้น
หากเป็นเช่นนั้นก็อย่าได้บอกให้เขารับรู้จนกว่าเขาจะใจเย็นลง และปฏิบัติตนเป็นผู้ใหญ่ได้มากกว่านี้ มือใหญ่ที่กดรั้งบ่าอีกฝ่ายไว้เปลี่ยนเป็นบีบกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้กำลังใจ เชื่อข้าสิ ไมเนสเซอา บุตรีของท่านรู้จักพี่ชายฝาแฝดของนางดี การที่นางตัดสินใจเช่นนี้ย่อมเป็นหนทางที่ดีที่สุดแล้ว
เจ้าของเรือนผมสีขาวสะอาดนิ่งเงียบชั่วครู่ก่อนจะยอมหุบปีกสีขาวสะอาดลงโดยดี จริงสินะ . . ตกลง ข้าเชื่อคำพูดและการแยกแยะของท่าน นันซ่าร์ ริมฝีปากเรียวระบายรอยยิ้มขึ้นจาง ๆ ก่อนจะเบือนหน้าหันกลับไปมองยังท้องฟ้าซึ่งกลับกลายสดใสไร้เมฆหมอกบริเวณเหนือหุบเขาอีกครั้ง
--------------------------------------------
ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองแก้วผลึกขนาดเล็ก ซึ่งมีลูกแสงสีขาวกลมอยู่ภายในนิ่ง เด็กสาวร่างเล็กกำแก้วผลึกใสนั่นเอาไว้ในมือที่ทาบแนบอก ข้าสัญญา . . จะดูแลสิ่งที่ท่านเหลือเอาไว้อย่างดีที่สุด ตอบแทนที่ท่านไว้ใจฝากสิ่งนี้เอาไว้กับข้า เซฟาเนีย
แก้วผลึกใสสะอาดเปล่งแสงสว่างเรื่องรองชั่วครู่ราวกับตอบรับถ้อยคำนั้น แล้วจึงเลือนหายไปเหลือเพียงลูกแสงที่ค่อย ๆ ซึมซับเข้าไปในร่างของเด็กสาวจนหมดสิ้น
--------------------------------------------
ชายหญิงสองคนก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนนิ่งเบื้องหน้าไม้เท้าที่ปักตรึงนิ่งบนพื้นหินแข็ง อัญมณีสีม่วงที่ประดับบนยอดไม้เท้ายังคงมีจุดแสงสีขาวคล้ายดวงดาวขนาดเล็กลอยวนไปมาอยู่ภายในไม่หยุดนิ่ง
ท่านพ่อไซเนส . . . จากไปแล้ว ท่านรู้ตัวว่ามีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน การต่อสู้ระหว่างเหล่าจอมเวทย์และไดแอส เพียร์ทำให้ท่านพ่อบาดเจ็บสาหัสและทอนอายุขัยของตัวเอง พิธีลงยันต์นี้เดิมพันด้วยชีวิตทั้งหมดที่เหลืออยู่ของท่าน ถึงสำเร็จแต่ท่านพ่อก็ไม่เหลือเวลาอีกแล้ว
ถึงจะรู้ดีทว่าข้ายังมิอาจอดกลั้นความเศร้าได้ทั้งหมด หญิงสาวมองสบตาผู้เป็นพี่ชายด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยหยดน้ำเอ่อคลอ เราจะทำอย่างไรต่อไปคะ ? ท่านพี่
ชายหนุ่มระบายลมหายใจออกแรง ไม่มีร่างกายหลงเหลืออยู่เช่นเดียวกับเหล่าดวงตราทั้งหก คงต้องนำไม้เท้าของท่านพ่อไปทำพิธีฝังศพแทน ฝ่ามือใหญ่ยื่นเข้าหมายจะดึงไม้เท้าขึ้นจากพื้น หากเมื่อปลายนิ้วสัมผัสถูกไม้เท้ากลับสูญสลายกลายเป็นฝุ่นทราย เหลือเพียงอัญมณีสีม่วงเข้มที่ยังคงลอยนิ่งอยู่ในอากาศเบื้องหน้า
ร่างสูงลังเลชั่วครู่ก่อนเอื้อมมือสัมผัสอัญมณีนั้นหากมือกลับถูกดูดเข้าไปภายใน ครั้นเมื่อดึงกลับมาด้วยความตกใจกลับพบมณีแบบเดียวกันนั้นอีกลูกทว่าเป็นสีแดงสด ในขณะที่มณีตรงหน้ากลับกลายเป็นสีน้ำเงินเข้มลอยอยู่แทน รู้สึกมีลมพัดมาวูบหนึ่งและคนทั้งคู่ได้ยินเสียงกระซิบแว่วผ่านมาด้วยพร้อมกัน
หญิงสาวปาดน้ำตาออกจากใบหน้า ก่อนหยิบอัญมณีสีน้ำเงินนั่นมาถือไว้ในมือแล้วจ้องมองดวงดาวสีขาวเปล่งประกายระยับที่หมุนวนอยู่ภายใน ริมฝีปากเรียวระบายยิ้มบาง เข้าใจแล้วค่ะ . . หน้าที่ต่อไปของเราคือการดูแลเด็กลูกครึ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
รับทราบครับ พวกเราจะทำให้ดีที่สุด ไม่ให้เสียทีที่เป็นถึงทายาทราชันย์นักเวทย์ได้ ท่านพ่อไซเนส ชายหนุ่มเอ่ยพลางเก็บซุกอัญมณีสีแดงไว้ในอกเสื้อ ไปเถอะ เรมิแรธ เรายังมีเรื่องราวให้ต้องจัดการวุ่นวายอีกมาก ไม่มีเวลามาเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ว่างเปล่าไม่มีอะไรเลยแบบนี้
หญิงสาวพยักหน้ารับก่อนหมุนกายก้าวเท้าตามอีกฝ่ายซึ่งเดินนำไปก่อน หากยังคงเหลียวกลับมายังกองทรายสีน้ำตาลทองจุดเดิมก่อนยืดตัวตรงก้มศีรษะลงต่ำแล้วค่อยก้าวเดินต่อไป
จึงไม่ทันได้เห็นเงาลาง ๆ ร่างหนึ่งซึ่งยืนอยู่เหนือกองฝุ่นทรายนั่น พร้อมด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ บนริมฝีปากก่อนจะเลือนหายไปเมื่อสายลมพัดผ่านพาเอากองทรายนั้นปลิวหายไปจนหมดสิ้น
--------------------------------------------
จบตอนแนะนำแล้ว โอเคไว้รอมีเวลาจะมาอัพต่อนะจ๊ะ
edit @ 2006/07/08 01:07:51