*สำหรับผู้ที่เพิ่งเคยเข้ามา ขอความกรุณาย้อนกลับไปอ่านมารยาทการใช้บล๊อกในเอนทรี่ "ฉลองเปิดบล๊อก" ก่อนนะคะ*
มาคุยกันก่อน
วันนี้กลับมาอัพแล้วจ้า เมื่อวานหยุดอยู่บ้านหนึ่งวันไม่กล้าออกไปไหนกลัวจะเกิดอะไรขึ้น แต่เห็นข่าวแล้วรู้สึกดีจัง เออ . . นะ เมืองไทยครั้งนี้ปฏิวัติกันน่ารักจัง เห็นแล้วอยากไปถ่ายรูปกับรถถังบ้าง รถถังเมืองไทยคันเล็กน่ารักก็จริงแต่ก็ใช่จะได้เห็นกันบ่อยๆซะที่ไหนล่ะ
เอาล่ะจ๊ะไม่มีอะไรจะเล่ามากมาย วันนี้มาอัพหลักจากที่อู้ไม่อัพมาเกือบอาทิตย์ (ถึงอาทิตย์พอดีนี่นา) เอา ท่านแม่ทัพน้ำแข็งมาต่อให้แล้วจ๊ะ เรื่องราวก็ยังคงปิดเงียบอยู่ต่อไป เดากันเอาเองละกันคิดว่าไม่ยากหรอกเรื่องปริศนาของท่านแม่ทัพเนี่ย เลื่อนลงไปอ่านกันได้เลยจ๊ะ
ดวงตาสีเทาจางจ้องมองดวงจันทร์เกือบเต็มดวงซึ่งเพิ่งขึ้นพ้นยอดไม้ภายในอุทยานกลาง ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบ มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนตัวเล็ก ๆ ดังให้ได้ยินเป็นระยะรอบกาย ไม่ใส่ใจอากาศเย็นเยือกของช่วงเวลายามค่ำแม้แต่น้อย
เจ้าของเรือนผมสีขาวสะอาดมัดรวบเรียบร้อยระบายลมหายใจออกแผ่ว ไม่ทราบองค์ชายน้อยมาทำอะไรในที่แห่งนี้ขอรับ ? ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบสงบก่อนเบือนหน้ามองสบเข้ากับเด็กชายผมสีน้ำตาลส้มยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ซึ่งยืนนิ่งตัวแข็งอยู่หลังซุ้มประตูด้านที่เชื่อมต่อกับพระราชวัง
เอ่อ . . ข้า . . ขอโทษที่รบกวน ข้า . . ข้าไม่ทราบว่าท่านอยู่ที่นี่ เด็กชายร่างเล็กเอ่ยตอบเสียงตะกุกตะกักทั้งยังก้มหน้านิ่งไม่ยอมสบสายตา
ร่างสูงโปร่งจ้องมองนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนหมุนกายหันกลับมาเต็มตัว ฝ่ามือข้างหนึ่งยกขึ้นยื่นตรงหาเด็กชาย มีเรื่องอะไรหรือ ? องค์ชายราริวอัส ไม่ทราบหม่อมฉันสามารถช่วยเหลือสิ่งใดได้หรือไม่ ?
เด็กชายร่างเล็กมองมือที่ยื่นรอครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจก้าวเข้าหาร่างสูงกว่า ดวงตากลมโตตวัดเงยขึ้นสบสายตาอีกฝ่าย ข้าเปล่ากังวลแค่กำลังคิด แล้วนี่ก็เพิ่งหัวค่ำยังไม่ดึกนัก ปกติข้านอนดึกกว่านี้ ร่างเล็กกวาดมองชายหนุ่มตรงหน้าชั่วครู่ ท่านเป็นใคร ? พวกท่านเสนาบดีกล่าวว่าท่านไม่ใช่คนดี ส่วนท่านพ่อก็ไม่เอ่ยอะไรนอกจากกล่าวว่าท่านเพียงทำตามหน้าที่ ส่วนข้าเองมองเห็นท่าน . . เห็นสายตาของท่านที่มองตามเบื้องหลังท่านพ่อแล้ว ข้าบอกไม่ถูกว่าเป็นยังไงแต่ข้ารู้สึกเจ็บและรู้สึกว่านั่นคือตัวตนของท่าน แม้จะเพียงชั่วเสี้ยววินาทีก็ตาม
ดวงตาสีเทาอ่อนจางหรี่ลงพิจารณาเด็กชายตรงหน้าอย่างละเอียด ก่อนย่อกายลงเพื่อให้ระดับสายตาตรงกัน ฝ่าบาท . . ดูเหมือนหม่อมฉันจะพิจารณาพระองค์ผิดไป ฝ่าบาทอายุยังน้อยนักหากดูเหมือนความคิดและความช่างสังเกตของพระองค์จะล้ำหน้าเกินอายุจริงมากนัก ริมฝีปากเรียวระบายยิ้มบางเบาจนแทบไม่สังเกตเห็น ข้าไม่ขออ้างว่าตนเองเป็นคนดี องค์ชายราริวอัส ทว่าข้าปฏิบ้ติตามหน้าที่นั่นคือความจริงแน่นอน นี่ดึกมากแล้วฝ่าบาทกรุณากลับไปผักผ่อนเถอะขอรับ
ร่างเล็กจ้องมองนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนเชิดศีรษะขึ้น ไม่! เด็กชายตอบกลับเสียงแข็งรวดเร็ว ข้าบอกแล้วว่าปกตินอนดึกกว่านี้ ท่านไม่จำเป็นต้องมานั่งกังวลแทนข้าหรอก !
ชายหนุ่มส่ายศีรษะเล็กน้อยก่อนขยับนั่งลงกับพื้น อากาศภายนอกเย็น หากไม่สบายหลายคนจะต้องวุ่นวาย เชิญด้านนี้เถิดขอรับ ฝ่าบาท มือเรียวเอื้อมปลดกลัดเสื้อคลุมใหญ่ยาวตัวนอกเปิดกว้าง รอจนร่างเล็กยินยอมนั่งซ้อนลงบนหน้าตักจึงรวบแขนโอบรอบร่างเล็กเอาไว้หลวม ๆ รวมทั้งคลุมเสื้อนอกตัวนั้นห่มลงอีกชั้นหนึ่ง
เด็กชายร่างเล็กนั่งนิ่งตัวแข็งอย่างคาดไม่ถึง ก่อนจะรวบรวมความกล้าค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ขอถามอีกครั้ง ท่านเป็นใคร ? แม่ทัพน้ำแข็งแห่งอาเลนนิน
ดวงตาสีเทาจางบัดนี้ถุกเจือด้วยสีชมพูอมส้มซึ่งมีเพียงผู้ใกล้ชิดเท่านั้นจึงจะตีความหมายออก ดวงตาสวยคมคู่นั้นเหลือบสบเข้ากับร่างในมุมมืดซึ่งถือผ้าคลุมหลบมุมอยู่หลังวุ่มประตูด้านหนึ่ง ริมฝีปากเรียวคลี่ยิ้มนิด ๆ ขึ้นชั่วพริบตาก่อนยกมือข้างหนึ่งขึ้นฉวยใบไม้ซึ่งถูกสายลมยามค่ำคืนปลิดปลิวลงจากต้น คำตอบของคำถามนั้น . . โปรดถามกลับไปยังพระบิดาของพระองค์เถิด องค์ชายน้อย ชายหนุ่มจรดใบไม้ในมือกับริมฝีปากแล้วเป่าลมออกมาแผ่ว ๆ จนเกิดเป็นท่วงทำนองสูงต่ำ สั้นบ้างยาวบ้าง ต่อเนื่องกลายเป็นบทเพลงใบไม้อ่อนหวานรื่นหูอย่างบอกไม่ถูก
บทเพลงบรรเลงต่อเนื่องยาวนานไม่มีสะดุดหรือติดขัดแม้แต่นิด อีกทั้งท่วงทำนองสูงต่ำไพเราะทำให้ร่างเล็กนั่งฟังอย่างเคลิบเคลิ้มจนคล้อยหลับไปทั้งอย่างนั้นในที่สุด
ชายร่างโปร่งยังคงบรรเลงบทเพลงใบไม้ต่อไปอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนลดใบไม้ที่จรดอยู่กับริมฝีปากลงแล้วจึงเงยหน้าขึ้น ไม่คิดว่าแม้แต่ท่านก็ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เช่นนี้ด้วย
ชายเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลส้มก้าวออกจากเงามืดด้านหลังซุ้มประตู แล้วเดินมาหยุดลงตรงหน้าอีกฝ่าย ดวงตาคมกล้าจ้องมองใบหน้าเรียบเฉยเย็นชาราวสวมหน้ากากน้ำแข็งนิ่ง เจ้ารู้จักเพลงใบไม้นี่ได้ยังไง ? ร่างสูงเริ่มต้นคำถามทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงออกจะกร้าวกระด้างกว่าปกติ ราวกับกำลังพูดคุยโต้ตอบกับพลทหารเลวกระนั้น
ดวงตาซึ่งกลับเป็นสีเทาซีดจางดังเดิมเพียงมองสบประกายกร้าวในดวงตาสีม่วงของอีกฝ่าย . . . องค์ชายน้อยบรรทมหลับ กรุณาอย่าอุ้มรุนแรงจนตื่น ชายหนุ่มขยับร่างเล็กขึ้นอุ้มก่อนยันกายลุกขึ้นยืนและส่งร่างในอ้อมแขนให้อีกฝ่ายซึ่งรีบอ้าแขนรับแทบไม่ทัน
เดี๋ยว ! ชายหนุ่มออกปากรั้งอีกฝ่ายที่ก้าวสวนทางกำลังจะผละไปยังซุ่มประตูที่ตนก้าวออกมารวดเร็ว ตอบคำถามของข้า วาลฮาร์ล ไอซีเคิล แม่ทัพน้ำแข็งแห่งอาเลนนิน
ดวงตาสีเทาจางเข้มขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกอารมณ์ซึ่งเริ่มขุ่นมัว ขณะรอบกายปรากฏไอเย็นกระจายบางเบาโดยมีร่างโปร่งเป็นจุดศูนย์กลาง คำตอบนั้นฝ่าบาททราบดีแก่ใจ องค์ชายรัชทายาทฟอร์เทน เซฟิรัส แลนด์โวลท์ ชายหนุ่มกล่าวตอบเสียงเย็นทว่าเฉียบคมดั่งเกล็ดน้ำแข็ง ก่อนก้าวเท้าเดินผละจากไปโดยไร้ความสนใจใด ๆ อีก ทิ้งร่างสูงให้ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นกับความคับข้องใจที่กลับพอกพูนซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม
-------------------------------------------------------------------------
เด็กชายร่างเล็กขมวดคิ้วมุ่นเมื่อก้าวเข้ามาในห้องทำงานกษัตริย์ และสัมผัสถูกบรรยากาศเยือกเย็นที่กระจายบางเบาและความสงบที่เงียบเสียจนน่าอึดอัดใจ ดวงตากลมโตตวัดมองชายผู้ให้กำเนิดซึ่งนั่งนิ่งอยู่กับโต๊ะทำงานตัวใหญ่ก่อนเลื่อนสายตามายังชายผมสีขาวสะอาดที่มาของบรรยากาศเยือกเย็น ซึ่งกำลังนั่งพลิกหน้าหนังสือเล่มหนาในมืออ่านอย่างสงบ ทว่าไม่ชวนให้เข้าใกล้อย่างบอกไม่ถูก
ทั้ง ๆ ที่เมื่อสองวันก่อนยังไม่มีบรรยากาศแบบนี้ปรากฏให้เห็นสักนิด แต่นับจากวันที่ร่างสูงโปร่งเป่าใบไม้บรรเลงเป็นบทเพลงขับกล่อม กลับมีสภาพเช่นนี้ปรากฏอยู่ให้เห็นเสมอเมื่อทั้งคู่อยู่ด้วยกันตามลำพังในช่วงเวลาเรียนการปกครอง
หนังสือในมือเจ้าของเรือนผมสีขาวสะอาดถูกปิดลง ขณะดวงตาสวยคมเหลือบขึ้นมองผ่านปอยผมส่วนที่เป็นสีน้ำเงินซึ่งปรกระลงไปยังร่างเล็กที่ยืนนิ่งอยู่ระหว่างบานประตูใหญ่ และหลังจากนั้นเพียงครู่เดียวบรรยากาศเย็นเยือกกลับคลายลงจนเป็นปกติอย่างที่ควรจะเป็น
องค์ชายน้อยมีธุระกับพระบิดาหรือ ?
กระแสเสียงที่เอ่ยถามนั้นสงบราบเรียบหากทำให้ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก เด็กชายผมสีน้ำตาลส้มยุ่ง ๆ ไม้เป็นทรงผลักบานประตูให้เปิดออกกว้างขึ้นพร้อมกับส่ายศีรษะ ข้ามีเรื่องจะขอร้องท่าน แม่ทัพน้ำแข็ง
คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างประหลาดใจขณะริมฝีปากเรียวจุดรอยยิ้มบางเบาเพียงชั่วพริบตา หากทำให้ชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่กับโต๊ะทำงานที่จ้องมองมาแต่ต้นนิ่งตะลึง โปรดเอ่ยนามของข้าเถิด องค์ชายน้อย
ชายร่างเล็กระบายลมหายใจอย่างโล่งอกเพราะนึกเกรงว่าอีกฝ่ายอาจไม่รับฟัง เท้าเล็ก ๆ ก้าวจ้ำเข้ามาหาอีกฝ่ายพร้อมกับยื่นใบไม้สดที่ตนเองเพิ่งเด็ดมากับมือหมาด ๆ ส่งให้ร่างโปร่ง ข้าอยากฟังเพลงใบไม้ของท่านอีก วาลฮาร์ล และข้าก็อยากให้ท่านช่วยสอนให้ด้วย ข้าจะหัดเอาไปเป่าให้ท่านปู่ฟัง รืมฝีปากเล็กบางกรีดรอยยิ้มกว้างก่อนกลับต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อประกายดวงตาสีเทาจางที่มองสบอยู่กลับเปลี่ยนเป็นสีส้มและเข้มขึ้นเรื่อย ๆ จนเกือบกลายเป็นสีแดง พร้อมกับร่างสูงโปร่งผลุนผลันผุดลุกขึ้นจนกระแทกเก้าอี้ตัวที่นั่งอยู่ล้มหงายไปเบื้องหลังเสียงดังก้อง
เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาล้สมผุดลุกจากโต๊ะทำงานตรงมาคว้าร่างโปร่งให้ถอยห่างจากเด็กชาย รู้สึกถึงความร้อนจากมือที่สัมผัสต้นแขนอีกฝ่าย ซึ่งเป็นสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่ตนเองเคยพบเห็นมาก่อนแล้ว กลับไปก่อน ! ราริวอัส วาลฮาร์ลไม่พร้อมจะสอนเจ้าในตอนนี้ ! ชายหนุ่มออกปากไล่บุตรชายเสียงดังด้วยความลืมตัว ขณะฝ่ามือใหญ่กร้านพยายามยึดร่างโปร่งที่พยายามขัดขืนการถูกสัมผัสจนสุดท้ายจึงต้องตวัดกอดรัดเอาไว้ทั้งแขน อยากให้เขาเห็นรึไง ?! วาลฮาร์ล ออกไปก่อน ! ราริว พ่อขอร้องครึ่งประโยดแรกร่างสูงตวาดใส่ผู้ที่ยังคงดิ้นขลุกขลักเพราะถูกลำแขนรัดเอาไว้แน่น ขณะครึ่งประโยคหลังชายหนุ่มหันมาออกปากกับร่างเล็กอีกครั้งด้วยเสียงที่อ่อนลง
เด็กชายพยักหน้ารับทั้งที่ดวงตายังจ้องมองร่างในอ้อมแขนผู้ให้กำเนิดนิ่งอย่างตกตะลึง สังเกตเห็นเส้นผมยาวที่ระอยู่กับช่วงเอวปลิ้วพลิ้วขึ้นและเจือด้วยสีเหลืองเหลือง ก่อนจะหมุนกายเผ่นออกจากห้องพร้อมปิดประตูใหญ่พิงหลังไว้แล้วหยุดนิ่งอยู่อย่างนั้น ในสมองกำลังมึนงงพยายามเรียบเรียงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเมื่อครู่
บ้าชะมัด ! ทำไมต้องมาเป็นเอาตอนกลางวันแบบนี้ด้วย !? ชายร่างสูงเปล่งเสียงสบถกร้าวขณะคลายวงแขนออกจากร่างที่ร้อนผ่าวราวสุมไฟ จ้องสบดวงตาสีแดงสดของร่างที่ทรุดกายลงกับพื้นคล้ายคนหมดสิ้นเรี่ยวแรงได้แต่กอดร่างตนเองเอาไว้แน่น รู้สึกถึงไอร้อนที่กระจายออกรุนแรงโดยมีร่างที่ทรุดกายอยู่ต่อหน้าตนเป็นจุดศูนย์กลาง
เรือนผมยาวที่ปลิวสะบัดร่วงปรกลงเมื่อกลายเป็นสีทองเข้มก่อนชายหนุ่มจะเงยหน้า ดวงตาสีแดงก่ำดั่งหยาดโลหิตจ้องสบสายตาอีกฝ่ายไม่ผละหนีก่อนริมฝีปากเรียวจะคลี่ยิ้มกว้าง อารมณ์เสียอยู่หรือ ? เซฟิรัส ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยขณะขยับยันกายลุกขึ้นยืน ให้ข้าช่วยมั้ย ? องค์ชายรัชทายาท
ช่วย ? นั่นสินะ มุมปากเรียวหยักยกรอยยิ้มขึ้นขณะดวงตาคมกล่ามีประกายสว่างราวสัตว์ร้ายยามออกล่า ฝ่ามือกร้านหยาบคว้าคอเสื้อกระชากร่างโปร่งเข้าประชิด ตอบคำถามของข้ามา ! เจ้ารู้จักเพลงใบไม้นั่นได้ยังไง ?!
ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยหลังจากประกายดวงตาหม่นวูบไปชั่วขณะ หมายความว่าท่านไม่ได้ลืมเลือนหากจดจำไม่ได้สินะ ข้าควรจะตอบท่านอย่างไรดี ไม่ . . ไม่ ข้าไม่ช่วยท่านง่าย ๆ เช่นการตอบคำถามท่านเพราะมันง่ายดายและไร้ความสำคัญจนเกินไป ข้าไม่อาจทำให้สิ่งนั้นไร้ค่าได้
สิ่งนั้น ? ชายหนุ่มกลับเป็นฝ่ายขมวดคิ้วด้วยความงุนงงยิ่งกว่าเก่า มือใหญ่ที่ขยำคอเสื้ออีกฝ่ายอยู่นั้นเกร็งแน่นขึ้น เจ้าพูดเรื่องอะไร ? เพลิงมายา สิ่งนั้นของเจ้าและความหมายของคำพูดที่เจ้าเคยกล่าวว่าข้าลืมทุกอย่าง ข้าไม่เข้าใจ
ริมฝีปากเรียวสีอ่อนแย้มรอยยิ้มนิด ๆ ทุกคำตอบนั้นตัวท่านทราบดีเพราะมันอยู่ในความทรงจำของท่านอยู่แล้ว เซฟิรัส ข้าตอบได้เพียงเท่านี้ องค์ชายรัชทายาท ตัวท่านหาใช่คนโง่เขลาเหตุใดไม่ลองใช้ความคิดเสียก่อนแล้วจึงทดสอบกับข้าในภายหลังว่าถูกต้องหรือไม่ เช่นนี้สิสิ่งนั้นจึงจะมีคุณค่าสมกับที่ข้า . . วาลฮาร์ล ไอซีเคิลยึดถือมันเป็นสิ่งสำคัญยิ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา เงื่อนไขคำใบ้แรกคือบทเพลงใบไม้นั่น . . นึกให้ดี
ชายหนุ่มขบริมฝีปากแน่นก่อนคลายปล่อยคอเสื้ออีกฝ่ายทิ้งด้วยอาการของผู้ที่ถูกขัดใจ เพลงใบไม้นั่นไม่สมบูรณ์ มันเป็นบทเพลงประสาน ต้องมีอีกคนหนึ่งเป็นผู้เป่าทำนองเสริมจึงสมบูรณ์ เจ้าบอกว่าคำตอบอยู่ในความทรงจำของข้า ข้าก็ขอตอบว่าเพลงใบไม้นั่นข้าและคนรักคนแรกของข้าร่วมกันสร้างขึ้น !
คนรักคนแรกหรือ ? . . . ชายเจ้าของเรือนผมสีทองเข้มเอ่ยขึ้นลอย ๆ ขณะมองตามแผ่นหลังกว้างของร่างที่หมุนกายผลักประตูระเบียงกระจกเดินออกไปภายนอก
ร่างสูงชะงักเท้าก่อนจะก้าวถึงขอบระเบียง ซึ่งมีราวหินอ่อนกันตกสีขาวแบบเดียวกับแผ่นหินอ่อนปูพื้น ไหล่กว้างที่มักเหยียดตรงผึ่งผายอยู่เสมอนั้นลู่ลงเล็กน้อยขณะชายหนุ่มส่ายสีรษะช้า ๆ ไม่ . . ไม่ใช่คนรัก ต้องพูดว่าผู้ที่ข้าหลงรักถึงจะถูก เด็กคนนั้น . . ข้าหลงรักเขาและไม่เคยได้เอ่ยปาก . . มันนานมากแล้ว ชายหนุ่มก้าวต่อไปจนถึงขอบระเบียงและวางมือกับราวหินอ่อนขณะก้มลง มองไปยังอุทยานส่วนกลางซึ่งอยู่เบื้องล่างตรงกับระเบียงที่ตนเองยืนอยู่พอดี ทำไมข้าถึงพูดให้เจ้าฟังกันนะ . . . แต่เอาเถอะ ไหน ๆ ก็ได้พูดออกไปแล้วมันอาจจะดีก็ได้ ชายาของข้า . . นาเดียน่ะ ไม่ใช่ความรักครั้งแรกของข้า จริงอยู่ว่าข้าตกหลุมรักนางตั้งแต่ครั้งแรกที่เราพบหน้ากันในฐานะคู่หมั้น แต่ข้าก็ยังคงมีเด็กคนนั้นอยู่ในหัวใจ . . ใกล้ชิดเสียยิ่งกว่านาง
ข้ารู้มาว่าท่านมีชายาตั้งแต่อายุเพียงสิบห้าปี และชายาของท่านก็สิ้นไปหลังจากให้กำเนิดองค์ชายน้อยเพียงไม่นาน นับดูนี่ก็ยังผ่านมายังไม่ถึงสิบปีดีนัก ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาท้าวศอกทั้งสองลงกับราวระเบียงหินอ่อนขาวลายเทาข้างตัวอีกฝ่าย ขอโทษที่ทำให้ต้องรื้อฟื้นความเจ็บปวดหนหลัง เซฟิรัส
นาเดียร่างกายไม่แข็งแรงแต่ไหนแต่ไร . . การแต่งงานการเมืองก็แบบนี้แต่ข้าก็ยังรักนาง ร่างสูงโคลงศีรษะ ข้าต้องการคำตอบและเจ้าบอกเองวง่ามันอยู่ในความทรงจำของข้า ดวงตาสีม่วงเข้มสตวัดหันมาสบสายตาร่างข้างกาย มุมปากเรียวหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มนิด ๆ อย่างคนอารมณ์ดีหากประกายดวงตากลับหม่นแสงขัดแย้งกันชัดเจน
มือเรียวเลื่อนยกขึ้นเกลี่ยปอยผมสีน้ำตาลส้มที่ตกลงระดวงตาอีกฝ่ายขึ้น ดูเหมือนข้าจะทำให้ท่านยุ่งยากเสียมากกว่าช่วยเหลือนะ ปลายนิ้วเลื่อนสัมผัสตามกรอบโครงใบหน้าอีกฝ่ายเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากอุ่น ค่อย ๆ นึกข้า ๆ ไม่ต้องรีบร้อน มันอยู่ในความทรงจำของท่านทุกอย่าง ดังนั้นคำตอบที่ท่านต้องการย่อมไม่หนีหายไปไหน เวลายังมีอีกมากนักมิใช่หรือ ?
ดวงตาสีม่วงเข้มคมกล้าหรี่ลงเล็กน้อยขณะแลบลิ้นเลียปลายนิ้วนั้นแผ่ว ๆ นั่นสินะ . . ค่อย ๆ คิด
---------------------------------------------------------------
TBC.
อ่านแล้วอย่าลืมทิ้งเม้นท์เอาไว้นะจ๊ะ อัพครั้งถัดไปคงเอา Genetica ภาคหลักมาต่อล่ะนะ
บายจ้า
PS. ยังคงหวังว่าหน้าเพจงวดนี้จะออกมาสมบูรณ์เช่นเคย ก็เหมือนเคยนะ ถ้าต้องแก้แล้วแก้เกินห้ารอบแล้วยังไม่หายนี่ก็ขอลาเลยนะจ๊ะ
edit @ 2006/09/21 08:33:53