Icicle-Flame

*สำหรับผู้ที่เพิ่งเคยเข้ามา ขอความกรุณาย้อนกลับไปอ่านมารยาทการใช้บล๊อกในเอนทรี่ "ฉลองเปิดบล๊อก" ก่อนนะคะ*

ตอนนี้มีเวลาเลยมานั่งอัพได้ ตอน Icicle Frame มายาเพลิงน้ำแข็ง เป็นหนึ่งในสามตอนพิเศษของเรื่องนี้ซึ่งผู้อ่านเรียกร้องกันมาเยอะมากๆว่าอยากอ่าน รวมทั้งเราด้วยที่เกิดอาการบ้าตัวละครตัวหนึ่งขึ้นมาจนเกิดเป็นตอนพิเศษตอนนี้ ขอแสดงความยินดีด้วยเลยละกันกับท่านผู้อ่านที่รออ่านอยู่ ท่านจะได้อ่านกันแล้ว!! ขอเสียงเฮดังๆหน่อย !!!!!

เราจะเริ่มทยอยเอามาลงสลับไปสลับมาหลายๆเรื่องที่เอามาลงที่นี่นะ อาจจะเรื่องละเนิดละหน่อยก็รออ่านละกัน

สำหรับท่านผู้อ่านที่เพิ่งเคยได้อ่าน GENETICAจากที่บล๊อกนี้ ถ้าต้องการอรรถรสในการอ่านกรุณาปิดเอนทรี่นี้เสียจะดีกว่านะคะ ไม่อย่างนั้นอาจมีการสปอยอย่างแรกกับเนื้อเรื่องหลักได้

เอาล่ะ อย่ามัวเสียเวลา ไปเริ่มอ่านกันเลยจ๊ะ


GENETICA

Icicle Frame มายาเพลิงน้ำแข็ง

เจ้าของเรือนผมสีขาวยาวมัดรวบเรียบร้อยที่กลางหลังยืดตัวขึ้นบนหลังม้าตัวใหญ่ ดวงตาสีเทาจางทอดมองฝ่าความร้อนระอุของมวลอากาศในเขตทะเลทรายออกไปไกล ก่อนจะเหลียวมองมายังชายผมสีน้ำตาลส้มซึ่งกระตุ้นพาหนะดุร้ายสีใกล้เคียงกันกับเรือนผมผู้เข้ามาเทียบข้างกัน

ชายหนุ่มสูดอากาศแห้งร้อนของทะเลทรายเข้าเต็มปอด ก่อนริมฝีปากเรียวจะคลี่ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี อากาศของทะเลทรายวันนี้ยอดเยี่ยมจริง ๆ ข้าชอบแบบนี้นะแต่คนอื่นอาจจะลำบากสักหน่อย ร่างสูงเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะระรื่นกังวานก่อนดึงชายผ้าโพกศีรษะที่ปล่อยยาวมาตวัดพันปิดใบหน้าตั้งแต่จมูกลงมา เหลือเพียงดวงตาสีม่วงเข็มสวยคมเป็นประกายวาววับให้เห็นบนใบหน้าเท่านั้น ข้างหน้านี้มีโอเอซิสเล็ก ๆ สองแห่งอยู่ติดกันเป็นโอเอซิสฝาแฝด ถ้ายังเดินทางด้วยความเร็วระดับนี่ไม่เปลี่ยนคงไปถึงตอนใกล้จะค่ำนั่นล่ะ

ดวงตาสวยคมสีเทาจางทอดต่ำลง คืนนี้ดวงจันทร์เริ่มมืดลงอีกครั้งแล้วด้วยสินะ . . . ชายหน่มเอ่ยรำพึงกับตนเองแผ่วเบาเป็นกระซิบขณะชักม้าย้อนกลับจากยอดชะง่อนหินมายังกองพลม้าจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นกองพลติดตามส่วนตัวที่รอคอยอยู่เป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างอดทน คืนนี้เราจะพักที่โอเอซิสข้างหน้า นี่เป็นคืนเริ่มต้นข้างแรมพวกเจ้าย่อมรู้กฏของข้าดีอยู่แล้ว ห้ามเข้าใกล้เขตของข้าจนกว่าข้าจะเป็นผู้มาสั่งการเคลื่อนพลด้วยตนเองอีกครั้ง เอาล่ะ . . . ออกเดินทางต่อได้ !

เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลส้มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างข้องใจกับคำสั่งห้ามเมื่อครู่ ก่อนจะกระตุ้นสัตว์พาหนะของตนให้เริ่มออกเดินตามอีกฝ่ายที่ชักม้านำล่วงหน้าไปก่อนแล้วทั้งที่ยังนึกสงสัยไม่หาย

-------------------------------------------------------------------------

ดวงตาสีม่วงเข้มกวาดมองกำแพงน้ำแข็งแนวยาวตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ ก่อนหน้านี้ทันทีที่เดินทางมาถึงโอเอซิสฝาแฝด ชายผู้ได้ชี่อว่าแม่ทัพน้ำแข็งกลับแยกตัวไปยังโอเอซิสด้านที่เล็กกว่า โดยย้ำกำชับถึงข้อห้ามที่ได้ถูกกล่าวมาก่อนหน้านั้นอีกครั้งก่อนสร้างกำแพงน้ำแข็งตรงหน้าขึ้น ปิดแนวเขตติดต่อของโอเอซิสทั้งสองไว้ดังที่เห็นในขณะนี้

หมอนั่นทำอะไรอยู่หลังกำแพงนี้กันแน่นะ จะทดลองเวทมนต์อะไรใหม่รึไง หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ยังไม่ทราบคำตอบที่แน่ชัด ชายหนุ่มจึงตัดสินใจผิวปากเสียงยาวเรียกวูล์ฟฟรอสก์คู่ใจให้ก้าวเข้ามาหาแล้วเหวี่ยงตัวขึ้นนั่งก่อนรั้งพาหนะให้ก้าวถอยออกไปตั้งหลัก

ฝ่าบาทจะไปไหนขอรับ ?! ทหารยามนายหนึ่งซึ่งสังเกตเห็นการกระทำของชายผมสีน้ำตาลส้มตะโกนถามพร้อมกับคว้าหอกยาวปราดเข้าขวางเบื้องหน้า แม้จะนึกหวั่นใจกับเจ้าสัตว์หน้าตาดุร้ายไม่ชวนเข้าใกล้ตรงหน้าอยู่บ้างก็ตาม

ดวงตาคมกล้าหรี่ลงเล็กน้อย ข้าไม่หนีไปไหนหรอกน่า ! ชายหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงบ่งบอกความรำคาญ มีปลอกคอสุนัขของแม่ทัพพวกเจ้าติดอยู่แบบนี้ข้าจะทำอะไรได้ เจ้าอย่ามาขวางทางข้า ! ไปกันเถอะ มัสติคอร์ เสียงที่เอ่ยกับพาหนะคู่ใจของตนนุ่มนวลกว่าการพูดคุยกับมนุษย์อย่างเห็นได้ชัด ทั้งวูล์ฟฟรอสก์ตัวใหญ่ยังเปล่งเสียงคำรามลั่นจนทหารนายนั้นจำต้องล่าถอยกลับไปและไม่กล้าออกปากอะไรอีก

เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลส้มจับยึดเส้นขนสีทรายของทะเลทรายใกล้เคียงกับเรือนผมตนเอาไว้ แทนสายบังเหียนซึ่งถูกปลดออกพักทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ ดวงตาสีม่วงเข้มจ้องมองยอดสูงสุดของแนวกำแพงน้ำแข็งตรงหน้านิ่ง สร้างกำแพงสูงแต่กับวูล์ฟฟรอสก์แล้วไม่ยากนัก กระโดดข้ามไปครั้งเดียวเลยน่าจะได้นะ มัสติคอร์ เอาล่ะ . . ไป ! มือใหญ่ยึดขนบริเวณแผงคอซึ่งยาวกว่าส่วนอื่น ๆ เอาไว้แน่นพร้อมกับตบส้นเท้ากระตุ้นสัตว์พาหนะให้กระชากตัวออกวิ่ง ร่างสูงเอนกายลงแนบกับสันหลังซึ่งปกคลุมด้วยขนขณะร่างใหญ่กระโจนขึ้นในอากาศ ผ่านปลายยอดแหลมคมของกำแพงน้ำแข็งไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ใครน่ะ ?!

กระแสเสียงที่ตวาดกร้าวทำให้ชายหนุ่มหันหาเจ้าของเสียงรวดเร็ว จึงมองสบเข้ากับร่างที่ยืนแช่น้ำซึ่งสูงท่วมเอวอยู่กลางบ่อน้ำของโอเอซิสทั้งที่ยังสวมเสื้อผ้าอยู่ครบชุด คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเมื่อสังเกตเห็นใบหน้าที่แดงระเรื่อขึ้นจนดูจะผิดปกติสำหรับอีกฝ่าย เป็นอะไรไป ? วาลฮาร์ล ร่างสูงเหวี่ยงตัวลงจากพาหนะคู่ใจก่อนก้าวเท้าหมายจะเข้าไปดูใกล้ ๆ ให้แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้ที่ยืนอยู่ในบ่อน้ำ

เจ้าของนามผงะถอยไปก้าวหนึ่ง ข้าสั่งไม่ให้ใครก้าวเข้ามาใกล้โอเอซิสนี่ ฝ่าบาทไม่รับทราบหรือไร ?! ชายหนุ่มขบเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นเมื่ออีกฝ่ายกลับทำท่าจะก้าวตามลงมาในบ่อน้ำเสียอีก กลับออกไปจากที่นี่ ! ไอเซิล !!

ชายร่างสูงชะงักเพียงเล็กน้อย เมื่อม้าสีเทาหมอกตัวหใญ่วิ่งควบจากที่ไหนสักแห่งเข้ามาหยุดขวางทางเอาไว้ตรงหน้า ขาทั้งสี่ข้างกางยึดพื้นยืนปักหลักนิ่ง ดวงตาดำขลับจับจ้องตรงมาเขม็งอย่างเอาเรื่อง ข้าเป็นเชลยศึกก็จริง . . แต่ข้าไม่มีความจำเป็นต้องฟังคำสั่งใคร มัสติคอร์ ! ชายหนุ่มเปล่งเสียงเรียกให้วูล์ฟรอสก์ของตนซึ่งยืนรออยู่อย่างสงบพุ่งเข้าชนม้าตัวให่จนถลาหลบไปอีกทาง ก่อนตนเองจะก้าวลงบ่อน้ำของโอเอซิสไปโดยไม่ใส่ใจต่อการต่อสู้ย่อม ๆ ของสัตว์ใหญ่ทั้งสองเบื้องหลัง

ใบหน้าซึ่งเคยเรียบเฉยเย็นชาอยู่เสมอกลับแสดงอารมณ์หวาดหวั่นชัดเจนจนน่าแปลก อย่าเข้ามาใกล้ข้า ! ไปให้พ้น !! แขนเรียวทั้งสองข้างกอดกระชับตนเองเอาไว้แน่น ขณะเส้นผมสีขาวยาวที่มัดรวบไว้เบื้องหลังปลิวสะบัดหลุดออกจากเชือกรัดทั้งที่ไม่มีลม

เจ้าโง่หรือบ้ากันแน่ ! ก็เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าอาการท่าทางผิดปกติขนาดนี้จะให้ข้ายืนดูอยู่เฉย ๆ ทำไม่รู้ไม่ชี้ได้ยังไง ?! ร่างสูงสาวเท้าถึงตัวอีกฝ่ายพร้อมกับมือใหญ่กร้านคว้าจับถึงต้นแขนร่างสูงโปร่งแล้วต้องสะดุ้งกับอุณหภูมิร่างกายที่ดูจะสูงเกินกว่าอุณหภูมิปกติมากนัก ตัวเจ้าร้อนขนาดนี้มันไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดาแล้ว ! วาลฮาร์ล

เจ้าของเรือนผมสีขาวสะอาดคู้ตัวลงเล็กน้อย ขณะริมฝีปากเรียวขบเข้าหากันแน่นจนเริ่มปรากฏรอยแดงขึ้นจาง ๆ ร้อน . . . ดวงตาสวยคมซึ่งมองเห็นผ่านปอยผมส่วนที่เป็นสีน้ำเงินที่ปรกระลงมา แทนที่จะเป็นสีเทาจางเกือบขาวเหมือนเคยกลับเจือด้วยสีชมพูอมส้มซึ่งเปล่งประกายได้และดูจะเข้มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกขณะ ออกไป . . ไป !

ชายหนุ่มถูกผลักออกแรงและกะทันหันจนผงะถอยหลังไปหลายก้าว จังหวะพอดีกับเปลวเพลิงสีแดงสดซึ่งพวยพุ่งออกจากร่างโปร่งรุนแรงจนกาลยเป็นกำแพงขนาดย่อม มองเห็นผ่านเปลวเพลิงและไอน้ำที่เกิดขึ้นจากการระเหยของน้ำรอบตัวไปยังร่างสูงโปร่งได้ลาง ๆ สังเกตเห็นเส้นผมที่ปลิวสะบัดสะท้อนแสงเป็นประกายซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้เมื่อเป็นเส้นผมสีขาวสะอาดเช่นนั้น ทำให้ชายหนุ่มต้องเพ่งมองอย่างงุนงงก่อนดวงตาสีม่วงเข้มจะเบิกกว้างขึ้น เมื่อร่างที่อยู่ภายในกำแพงเพลิงและไอน้ำก้าวเท้าผ่านออกมาหลังจากเปลวเพลิงร้อนแรงสงบลง

เรือนผมยาวสลวยซึ่งเดิมทีเป็นสีขาวสะอาดกลับกลายเป็นสีทองเข้มส่องประกาย ดวงตาซึ่งเคยเป็นสีเทาจางแทบเป็นสีขาวกลับกลายเป็นสีแดงเข้มสดดังหยาดโลหิต ริมฝีปากเรียวซึ่งเดิมมักเป็นเส้นตรงอยู่เสมอกลับฉาบด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ บางเบาอย่างคนรักสนุก

ดวงตาสวยคมเหลียวมองชายเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลส้มเล็กน้อย ขณะเรียวปากสีอ่อนกรีดรอยยิ้มกว้างขึ้น ลงน้ำตอนเย็นใกล้ค่ำในทะเลทราย ถึงแม้น้ำจะยังอุ่นเพราะเก็บกักความร้อนระอุช่วงกลางวันไว้ได้แต่เมื่ออากาศเย็นลงในยามค่ำคืนมันก็ส่งผลกับร่างกายได้เช่นกัน ทั้ง ๆ ที่ควรจะรู้เรื่องนี้ดีแต่ก็ยังทำ ท่านเองก็บ้าเอาการอยู่นี่ ฟอร์เทน เซฟิรัส แลนโวลท์" กระแสเสียงเอ่ยกลั้วหัวเราะระรื่นสดใสทำให้เจ้าของนามนิ่งอึ้งด้วยความคาดไม่ถึงยิ่งกว่าเดิม

ไม่ใช่วาลฮาร์ล เจ้าเป็นใคร ?! ฝ่ามือใหญ่กร้านรอบคอเสื้อกระชากร่างตรงหน้าเข้าหาตัวแรง

มือเรียวจับยึดมือที่ขยำคอเสื้อตนเองรั้งให้คลายปล่อยออกขณะดวงตาสวยคมหรี่ลงเล็กน้อย ข้าคือวาลฮาร์ล ไอซีเคิล หากไม่ใช่แม่ทัพน้ำแข็งที่สวมปลอกนั่นให้แก่ท่าน ปลายนิ้วเรียวตวัดแตะยังผลึกน้ำแข็งเม็ดกลมเล็กของรัดเกล้าสีเงินบนหน้าผากร่างสูง ข้าถูกเรียกว่าเพลิงมายา วาลฮาร์ล ริมฝีปากเรียวแย้มรอยยิ้มนิด ๆ ขณะก้าวขึ้นจากบ่อน้ำของโอเอซิสและรั้งร่างสูงหนากว่าให้ก้าวเท้าตามขึ้นมา

เพลิงมายางั้นรึ ชายหนุ่มพึมพำเสียงแผ่วกับตนเองขณะดวงตาลอบมองร่างสูงโปร่งที่ผิวปากเรียกม้าสีเทาหมอกให้ก้าวย่างผละจากการทำสงครามย่อย ๆ กับวูล์ฟรอสก์ของตน นี่สินะ . . เหตุผลของข้อห้ามนั่น

ดวงตาสีแดงสดตวัดมองท้องฟ้าที่กลายเป็นสีส้มแดงชั่วครู่ ก่อนเหวี่ยงร่างขึ้นขี่ม้าสีเทาหมอกของตน ฟ้ายังไม่มืด เราไปเที่ยวรอบ ๆ นี่กันเถอะ มือเรียวจับยึดขนหลังคอสีเกือบขาวเอาไว้แน่นขึ้นก่อนตบส้นเท้ากระตุ้นพาหนะให้เริ่มทะยานวิ่ง

เวลาแบบนี้ยังจะไปไหนอีก ?!

มาเถอะ ! เซฟิรัส ชายหนุ่มรั้งม้าชะลอฝีเท้าลงจนเหลือเพียงเหยาะย่างก้าวสั้น ๆ บริเวณริมรอยต่อระหว่างโอเอซิสและเขตทะเลทราย แสงอาทิตย์ยังไม่หมดลง เดี๋ยวเราค่อยกลับมาอีกครั้งหลังฟ้ามืดแล้วก็ได้ ไปไม่ไกลหรอกแค่ให้แดดช่วยให้ตัวแห้งลงเร็ว ๆ เท่านั้นเอง มาเถอะน่า เรียกวูล์ฟฟรอสก์ของท่านมาด้วยแล้วเรามาแข่งกันระหว่างข้ากับท่านมครจะเร็วกว่า กระแสเสียงกังวานทอดจังหวะรื่นเริงสนุกสนานท่าทีผิดกับก่อนหน้านี้ทั้งยังดูอ่อนวัยกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

ชายร่างสูงส่ายศีรษะพร้อมกับระบายลมหายใจออกแรง . . มัสติคอร์ ชายหนุ่มเอ่ยเรียกสัตว์พาหนะของตนแล้วจึงเหนี่ยวตัวขึ้นนั่ง ตบส้นเท้ากระตุ้นสัตว์คู่ใจให้ออกวิ่งตามม้าหมอกภูเขายักษ์ซึ่งออกตัวนำไปก่อนแล้วแทบไม่ทัน จะบ้ารึ ! เกิดเจ้าหลงทางไปแล้วข้าตามไม่พบจะทำยังไงกับเจ้าปลอกรัดเกล้านี่เล่า ?! ร่างสูงตะโกนบ่นไล่หลังอีกฝ่ายอย่างไรอารมณ์สนุกด้วย

-------------------------------------------------------------------------

เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลส้มระบายลมหายใจออกแรงขณะทอดสายตามองร่างเพรียวที่นั่งซ้อนอยู่เบื้องหน้าตน ให้มันได้แบบนี้สิ จู่ ๆ ก็ร้องอยากลองขี่มัสติคอร์บ้างแล้วก็เพลียหลับเอาดื้อ ๆ ในสภาพนี้น่ะ ขอถามสักหน่อยเถอะว่านายของเจ้าอายุเท่าไหร่กันแร่ ? ไอเซิล ประโยคสุดท้ายหันกลับไปถามม้าสีเทาหมอกที่เดินตามมาอย่างสงบข้าง ๆ กันก่อนขัยบตัวลงจากหลังสัตว์พาหนะเมื่อกลับมาถึงโอเอซิสเดิม แล้วรั้งร่างเพรียวลงจากพาหนะตนอย่างระมัดระวัง

ลำแขนเรียวของชายผมสีทองเข้มเลื่อนยกโอบบ่ากว้างของร่างสูงเอาไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะคลายปล่อยลง ดวงตาสีโลหิตแดงสดเปิดเปลือกตาขึ้นสบสายตาร่างสูงกว่า อย่าได้ลืมไปเสียสิ เซฟิรัส ข้าเป็นหมอมนตราทั้งเป็นสายนักรบ นี่เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่ทำให้ข้าเป็นเช่นนี้ อย่าได้เปรียบเทียบข้าซึ่งเป็นเพลิงมายากับตัวข้าซึ่งเป็นแม่ทัพน้ำแข็ง

ตื่นดีแล้วก็ปล่อยแขนเสียทีสิ วาลฮาร์ล โตแล้วไม่ใช่รึไงทำไมทำตัวเป็นเด็กช่างอ้อนแบบนี้ ชายหนุ่มระบายลมหายใจแรง ทั้ง ๆ ที่ออกปากตรง ๆ แล้วร่างตรงหน้าก็ยังไม่ยอมปล่อยซ้ำยังเอนตัวเข้าหาจนแทบชิดเสียอีก

ริมฝีปากเรียวแย้มรอยยิ้มนิด ๆ แล้วขยับทาบลงข้างใบหน้าอีกฝ่ายเร็ว ๆ ก่อนคลายปล่อยและก้าวถอยในทันที การเป็นหมอมนตราไม่ใช่ทุกคนจะเป็นได้ง่าย ๆ ท่านก็รู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว และยิ่งสำหรับหมอมนตราในสายนักรบ . . ความเสถียรของพลังเวทย์ภายในร่างกายคือสิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง สำหรับข้าซึ่งมีสองขั้วพลังเวทย์ที่แตกต่างกันเกินไปนั้น . . ท่านก็น่าจะทราบดีว่าหากเวทมนต์ในร่างกายเกิดความสับสนอะไรจะเกิดขึ้น ดวงตาสีแดงสดหรี่ลงเล็กน้อยขณะหมุนกายหากยังคงเหลียวมองข้ามไหล่มายังร่างที่ยืนนิ่งด้วยหางตา ท่านทราบดี . . ข้ารู้ว่าท่านเคยเห็นเหตุการณ์เช่นที่ข้ากล่าวถึง ขึ้นอยู่กับว่าท่านยังจดจำมันได้หรือไม่ . . . เท่านั้น

ข้าน่ะรึเคยเห็น ? ชายหนุ่มถามกลับขณะคิ้วเรียวขมวดเขาหากันอย่างใช้ความคิด แล้วต้องส่ายศีรษะเมื่อไม่สามารถหาภาพเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับคำกล่าวอ้างของอีกฝ่ายในความทรงจำพบ

รับรอง . . ท่านเคยเห็นแน่นอน เซฟิรัส เจ้าของเรือนผมยาวซึ่งบัดนี้เปลี่ยนเป็นสีทองเข้มเอ่ยเสียงแผ่วแทบเป็นกระซิบ คิดว่าข้าอยากบุคลิกแตกแยกเป็นแค่ครึ่งคนอยู่แบบนี้หรือ ? มันช่วยไม่ได้ . . ข้าไม่อาจแก้ไขสิ่งใดได้ เพราะมีเพียงหนทางนี้เท่านั้นที่สามารถยื้อชีวิตให้ดำรงอยู่ต่อไปได้โดยไม่คลั่งหรือเสียสติไปเสียก่อน

เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลส้มระบายลมหายใจออกแผ่ว ขณะกวาดตามองโดยรอบแล้วเลือกกิ่งไม้แห้งมาเก็บรวมไว้เพื่อจะก่อกองไผให้ความอบอุ่น แต่ก่อนจะทันได้ทำอะไรต่อไปเปลวเพลิงก็พุ่งเข้ามาลุกพรึ่บต่อหน้าต่อตากะทันหัน คิ้วเรียวขมวดชิดก่อนตวัดสายตามองต้นเหตุซึ่งนั่งโยนลูกไฟเล่นอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งไม่ไกลนักพร้อมรอยยิ้มอารมณ์ดี แล้ว . . เจ้าจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน ?

ร่างสูงโปร่งเป่าลูกไฟที่ลอยอยู่เหนือฝ่ามือให้ดับลงก่อนตอบคำถาม ไม่แน่นอน บางครั้งก็แค่คืนเดียวบางครั้งก็หลายวัน แต่ที่แน่ ๆ คือเริ่มเป็นเมื่อคืนข้างแรมแล้วจะเป็น ๆ หาย ๆ ไปจนกว่าจะถึงช่วงจันทร์ข้างขึ้น ชายหนุ่มตอบกลับเสียงใส่ก่อนอ้าปากหาวหวอดอย่างไม่เกรงสายตาใคร แล้วเอนหลังขดตัวลงกับพื้นโดยอาศัยม้าที่เทาหมอกที่นอนอยู่ใกล้ ๆ ช่วยให้ความอบอุ่น

ชายร่างสูงส่ายศีรษะอย่างระอาใจ ก็เล่นทำอะไรตามใจชอบตัวเอง ข้าวของสำหรับการค้างแรมในทะเลทรายที่เตรียมเอาไว้ก็อยู่ที่ค่ายใหญ่ของโอเอซิสอีกด้านหมด เจ้านี่ทำอะไรไม่คิดเลย วาลฮาร์ล ! อย่าไปนอนไกลอย่างนั้นเดี๋ยวก็หนาวตายหรอก มานอนใกล้ ๆ กองไฟตรงนี้นี่ ชายหนุ่มก้าวไปทั้งดึงทั้งรั้งร่างโปร่งให้ลุกย้ายที่ก่อนหันไปยังสัตว์ทั้งสองบ้าง ไอเซิล ! มัสติคอร์ ! พวกเจ้าก็มานอนรวมกันตรงนี้ด้วย

สัตว์ทั้งสองตัวทำตามอย่างว่าง่าย ด้วยมีความเห็นตรงกันว่าขืนแยกกันนอนมีหวังได้หนาวตายขึ้นมาจริง ๆ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่วายมองหน้ากันแล้วขู่คำรามและเชิดใส่ไม่พอใจให้กันเป็นระยะ

อืม . . . ราตรีสวัสดิ์ เซฟิรัส ชายเจ้าของเรือนผมสีทองเข้มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสะลึมสะลืออย่างผู้ที่ง่วงงุนเต็มทีก่อนเอนตัวลงนอนทับบนตัวชายหนุ่มอีกคน ซึ่งเพิ่งจะลดตัวลงนั่งพิงหลังไว้กับช่วงท้องของสัตว์พาหนะคู่ใจตน

ดวงตาสีม่วงเข้มเบิกกว้างจ้องมองร่างที่ผล็อยหลับสนิทง่ายดายบนตัวเขาอย่างออกอาการตกตะลึง ให้มันได้แบบนี้สิ ! คนอะไรเอาแต่ใจชะมัด นี่ข้ายังต้องมาอยู่ยามเฝ้ากองไฟให้เจ้าด้วยรึ ?! ชายหนุ่มบ่นเต็มเสียงขณะเอนหลังทิ้งน้ำหนักลงกับหน้าท้องของสัตว์พาหนะตนเต็มที่ ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้เส้นขนสีน้ำตาลส้มเม็ดทรายของพาหนะที่ตนอาศัยหนุนนอนอยู่ไปมาเบา ๆ ตวัดดวงตาเสมองสภาพแวดล้อมรอบกายก่อนเหลือบกลับมายังร่างเพรียวโปร่งบนตัวเขาซึ่งหลับลึกอย่างสงบอีกครั้ง อืม จะว่าไป . . . แบบนี้ก็ไม่เลวนัก เจ้าหมอนี่น่าสนใจทีเดียว ร่างสูงเอ่ยรำพึงเพียงแผ่ว ๆ ก่อนรอยยิ้มบางจะปรากฏขึ้นบนเรียวปากตน

-------------------------------------------------------------------------

TBC

อ่านแล้วอย่าลืมทิ้งเม้นท์ไว้ด้วยนะจ๊ะทุกคน ไปล่ะ แล้วมีเวลาจะมาอัพเพิ่มอีกจ๊ะ

บาย



edit @ 2006/07/10 17:39:47