Genetica

*สำหรับผู้ที่เพิ่งเคยเข้ามา ขอความกรุณาย้อนกลับไปอ่านมารยาทการใช้บล๊อกในเอนทรี่ "ฉลองเปิดบล๊อก" ก่อนนะคะ*

เอามาต่อแล้วจ้า หลังจากอู้ดองอัพมานาน ^^

คนที่รอแม่ทัพน้ำแข็งก็ขอรบกวนให้รอไปก่อนเน้อ ยังไม่ได้พิมพ์เพิ่มเลย TTwTT แมวดำกราบขออภัยอย่างแรง ไปต่อกันนะๆๆ


ฝ่ามือใหญ่วางลงบนผืนผ้าเปียกชุ่มที่มัดห้ามเลือดบนไหล่ของร่างเพรียว ชายหนุ่มส่ายศีรษะเล็กน้อยก่อนลงมือแก้ปมมัดออกโดยไม่ใส่ใจคำร้องห้ามของเจ้าของเรือนผมแดงสด ร่างสูงถอดเสื้อตัวนอกออกฉีกเป็นทางยาว ม้วนพันผ้าส่วนหนึ่งกดปิดบาดแผลไว้ขณะผ้าแทบยาวถูกพันทับไว้หลายทบแล้วมัดเอาไว้แน่นจนแน่ใจว่าจะไม่หลุด

. . ขอบคุณครับ ท่านขุนพล

คืนนี้เจ้าอาจมีไข้ บาดแผลไม่หนักหนาแต่ก็ไม่ใช่เล็ก ๆ ยังไงต้องหาทางรักษาเมื่อเราถึงหมู่บ้านของพวกดราโก ริมฝีปากเรียวระบายลมหายใจออกแรงก่อนรั้งให้ใบหน้าที่เบือนหนีหันกลับมาสบสายตา เฟนริล ฟังที่ข้าพูดก่อน เรามีเรื่องต้องคุยกันให้เข้าใจนะ

ไม่มีแล้วครับ ท่านขุนพล ข้าเข้าใจทุกอย่างดีแล้วว่าท่านรำคาญข้ามากมายแค่ไหน ได้โปรดอย่าเสียเวลากับข้าคนนี้เลยครับ ปล่อยข้าไป . . ไม่นานก็คงลืมไปเอง ริมฝีปากเรียวยิ้มบางก่อนดวงตาสีแดงส้มจะหลุบลงต่ำ

ได้ยังไง ! เฟนริล ข้าไม่ยอมให้เจ้าเจ็บปวดตามลำพังทั้งที่ยังไม่รู้เรื่องแบบนี้อีกแล้ว ! ข้ารักเจ้า !! เฟนริล เจ้าหัวใจข้าไปนานแล้วหากแต่เจ้าไม่รู้เพราะข้าไม่พูด แม้จะมีท่าทีหากข้าพยายามไม่ใสใจแสดงออกซึ่งทำได้ยากนัก ชายหนุ่มระบายลมหายใจแรงเมื่ออีกฝ่ายยังส่ายศีรษะปฏิเสธด้วยดวงตาที่เบิกโพลง เรา . . มีเรื่องต้องคุยกัน ชายหนุ่มดึงดาบสั้นออกจากปลอกแล้วเฉือนคมผ่านยังท้องแขนอีกข้างรวดเร็วบาดลึกจนโลหิตแดงสดไหลนองเปียกชุ่ม

ดวงตาสีแดงส้มเบิกกว้าง ท่านขุนพล !? ร่างโปร่งเพรียวผุดลุกขึ้นรวดเร็วเพื่อดูบาดแผลบนท้องแขนข้างนั้นหากเจ้าของบาดแผลกลับไม่ยอมให้แตะต้อง

ร่างสูงใช้ผ้าส่วนที่เหลือเช็ดรอยเลือดบนท้องแขนอย่างไม่ใส่ใจนัก โลหิตที่เจิ่งนองถูกเช็ดออกจึงมองเห็นบาดแผลได้ชัด หากแผลที่ควรจะทั้งลึกและยาวกว่าคืบเมื่อเห็นลักษณะการกรีดแล้วกลับเหลือเพียงไม่ถึงนิ้วดูคล้ายรอยกรีดบาง ๆ และกำลังจะปิดสนิทสมานตัวเข้าหากันให้เห็นอยู่ต่อหน้าต่อตาจนหายไปไม่เหลือร่องรอยอีกในที่สุด

นี่ . . มันอะไรกัน ? ท่านขุนพล บาดแผลของท่าน . . ?

ชายหนุ่มเช็ดรอยเลือดออกจากแขนข้างนั้นจนสะอาด ปีนี้ข้าก็อายุได้ 1,437 ปีแล้ว เฟนริล ริมฝีปากเรียวกรีดรอยยิ้มบางขณะจ้องสบดวงตาที่ตวัดขึ้นมองรวดเร็ว เมื่อยังเด็กข้าเคยเกือบตายมาครั้งหนึ่ง ไม่รู้ว่าจะเรียกโชคดีหรือไม่ที่เวลานั้นมังกรยังคงหาได้ง่ายและหมู่บ้านของข้าก็มีนักล่าอยู่เป็นจำนวนมาก ระหว่างที่ข้าไม่ได้สติข้ารับยาทุกชนิดที่ถูกป้อนให้จนกระทั่งสุดท้ายข้าได้กินหัวใจมังกรเข้าไปโดยไม่รู้ตัว ข้าหายจากอาการป่วยที่เป็นมากว่าครึ่งปีรวมทั้งได้อายุขัยยืนยาวไม่รู้จบและร่างกายที่แข็งแกร่งทนทานกว่ามนุษย์ปกติทั่วไป ข้าเติบโตมาอย่างคนธรรมดา มีหญิงสาวที่รักใคร่ชอบพอและแต่งงาน มันน่าจะมีความสุขถ้าไม่ใช่เพราะร่างกายของข้าถูกหยุดเวลาลงเมื่อถึงจุดสมบูรณ์ที่สุดขณะที่นางเริ่มอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ

ฝ่ามือเรียวทาบลงบนท่อนแขนอีกฝ่าย รับรู้ถึงอาการสั่นนิด ๆ ของชายหนุ่มตรงหน้า ท่านขุนพล . . ท่านคียัน พอเถอะครับ อย่าพูดถึงมันอีกเลย ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านต้องเอ่ยถึงมัน

เราต้องพูดให้รู้เรื่อง เฟนริล เพราะข้าไม่ยอมพูด . . เพราะข้ากลัวที่จะเอ่ยถึงจึงทำร้ายเจ้าให้เจ็บปวดนัก เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินเข้มระบายลมหายใจออกแรง ฝ่ามือใหญ่วางทาบลงบนหลังมือเนียนคล้ายต้องการกำลังใจ นางเริ่มแก่ตัวลง เฟนริล ในขณะที่ข้ายังคงสภาพเดิมเหมือนก่อนหน้าได้แต่งงานกับนาง นางหวาดกลัวมากขึ้นทุกทีจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ข้าเองก็ได้แต่เก็บความกลัวนั่นไว้และมันก็เพิ่มมากขึ้นทุกครั้งที่ต้องมองคนรู้จักค่อย ๆ ตายจากไปทีละคน สุดท้ายข้าอาจจะทนต่อการสูญเสียต่อไปไม่ได้ ข้าไม่อยากรู้สึกอะไรแบบนั้นอีก ข้ากลัว . . เฟนริล หากข้ารักชอบใครเมื่อถึงเวลาที่สูญเสียมันน่ากลัวนัก . . น่ากลัวเกินไปและข้าไม่ปรารถนาจะสัมผัสกับมันอีกแล้ว

คิ้วเรียวบางขมวดชิด แค่นี้หรือ ? . . ที่ท่านหวาดกลัวจนถึงกับปฏิเสธความรู้สึกใคร ๆ เพียงเท่านี้หรือที่ทำให้ท่านถึงกับปฏิเสธกระทั่งความรู้สึกของตนเอง ร่างโปร่งเพรียวชันเข่าขึ้น ลำแขนเรียวเลื่อนโอบบ่ากว้างรั้งศีรษะชายหนุ่มให้เอนซบลงกับอก ท่านขุนพล . . ทราบหรือไม่ว่าสิ่งที่ข้าหวาดกลัวที่สุดคือสิ่งใด สิ่งที่ข้ากลัวหาใช่คำปฏิเสธของท่าน การจากลาหรือแม้กระทั่งความตาย แต่ข้ากลัวความตายที่โดดเดี่ยวไร้ผู้ใดจดจำ ข้ากลัวที่หากข้าตายไปจะไม่มีใครจดจำถึงว่าข้าเคยมีตัวตนอยู่ที่นี่ กลัวที่หากเวลานั้นมาถึงวันใดวันหนึ่งแล้วข้าจะถูกลืมทิ้งไว้โดยไม่หลงเหลือแม้เศษเสี้ยวในความทรงจำของผู้ที่ข้ารัก ข้ากลัวเหลือเกินว่าท้ายที่สุดแล้วท่านจะลืมข้า

ไม่มีวัน ! ชายหนุ่มตอบกลับรวดเร็ว กับภรรยาคนแรกผ่านมากว่าพันปีข้าก็ยังจดจำใบหน้ายามพบกันครั้งแรกของนางได้ แล้วทำไมข้าต้องลืมเลือนเจ้าที่ข้ารักไม่น้อยไปกว่านาง

ริมฝีปากเรียวกรีดรอยยิ้มกว้าง เท่านี้ข้าก็ไม่หวาดกลัวอะไรอีกแล้ว ท่านคียัน ชายหนุ่มคลายวงแขนออกแล้วนั่งลงกับพื้นต่อหน้า นางยังมีชีวิตอยู่กับท่านนี่ครับ อยู่ในหัวใจ . . ในความทรงจำของท่าน ท่านไม่จำเป็นต้องกลัวเลยสักนิด การลืมต่างหากครับคือความตายที่แท้จริงของนาง อย่ากลัวจนถึงกับต้องปิดกั้นความคิดความรู้สึกของตนเองอีกเลยนะครับ ท่านขุนพล

ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจออกแผ่วก่อนรวบร่างเพรียวเข้ากอดกระชับ เฟนริล ข้ารักเจ้ามากนัก . . ขอร้อง อย่าทำร้ายตัวเองอีกเลยได้มั้ย ? ให้ข้าเจ็บแทนเสียยังดีกว่าต้องเห็นบาดแผลปรากฏบนตัวเจ้า . . แผลที่ข้อมือนั่น . . มากเกินไปแล้ว ริมฝีปากเรียวแนบซุกลงข้างใบหน้าร่างในอ้อมแขนแล้วซบหน้าลงกับเสีนผมสีแดงสด

ได้ครับ ท่านขุนพล ข้าไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องทำมันอีกแล้ว ลำแขนเรียวเลื่อนยกขึ้นโอบรอบลำคออีกฝ่ายไว้ ท่านคียัน ข้าขออะไรอย่างจะได้มั้ยครับ ?

อะไรก็ได้ ข้ายอมให้เจ้าได้ทุกอย่าง เด็กน้อยของข้า

ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มอ่อนหวานขณะใบหน้าแดงระเรื่อ คือ . . ไว้ปลอดภัยแล้วท่านจะกรุณากอดข้าบ้างได้มั้ยครับ ?

เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินเข้มนิ่งอึ้งชั่วครู่ก่อนก้มลงทาบปิดริมฝีปากเรียวแผ่วเบานุ่มนวล ไม่เห็นต้องขอเลย เฟนริล รู้รึเปล่าว่าตลอดมาข้าต้องใช้ความอดทนขนาดไหนเพื่อจะไม่ลงมือทำอะไรรุ่มร่ามกับเจ้า ถึงได้ต้องลำบากฮาล์ฟอยู่เรื่อยเพราะข้าต้องหาทางระบายไม่งั้นคงทนไม่ได้จนป่านนี้หรอก ชายหนุ่มระบายยิ้มบางขณะฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ลงบนเรือนผมแดงสดนุ่มมือ

ฮาล์ฟหรือครับ ? งั้นที่ข้าเห็นนั่น . . ก็ . . . ร่างเพรียวกลืนน้ำลายลงคอขณะเงยหน้าจ้องสบสายตาร่างสูง เปลือกตาบางกระพริบปริบ ท่านใช้เขา . . ท่านกอดเขา . .

ชายหนุ่มไว้ไหล่เล็กน้อย ข้าใช้เขาแทนเจ้า ไม่ค่อยได้ผลนักแต่ก็ทำให้อารมณ์เย็นลงได้บ้าง ข้ารู้ว่ามันไม่ดีเจ้าไม่ต้องตำหนิข้าเรื่องนี้เพราะใช่ว่าข้าจะไม่รู้สึกผิด ฝ่ามือใหญ่ยกโบกปฏิเสธขณะเปล่งเสียงหัวเราะใบหน้าที่บ่งบอกความไม่พอใจของร่างในอ้อมแขนแผ่วเบา แต่เราคุยกันแล้วและเขาก็เป็นฝ่ายเสนอความคิดนี้เองไม่ใช่ข้า ถ้าจะให้พูดก็ . . ข้ารู้สึกว่าเขาสนุกกับเรื่องแบบนี้นะ จะว่าข้านินทาเพื่อนสนิทเจ้าก็ได้ เฟนริล ข้ายอมรับความผิดข้อนี้

เจ้าของเรือนผมแดงสดระบายลมหายใจออกแรง ครับ ข้าไม่ว่าท่านหรอกเพราะใช่ว่าข้าจะไม่รู้นิสัยเพื่อนคนนี้เสียที่ไหนกัน พอจะรู้อยู่บ้างหรอกครับ ตอนนี้ก็ดูท่าจะติดใจมนุษย์มังกรในกลุ่มที่มาช่วยเราอยู่คนหนึ่ง ข้าไม่แน่ใจนักแต่หลังจากไปคุยด้วยกลับมาดูเขาอารมณ์ดีทีเดียว

กำลังพูดถึงก็มา ว่าพร้อมกับพยักหน้าไปทางชายผมสีเทาเงินที่กำลังเดินเข้ามาหา ดูท่าจะอายุยืนดีจริง กำลังนินทาอยู่ทีเดียว ริมฝีปากเปล่งเสียงหัวเราะขบขำแผ่วเบา

คิ้วเรียวสีเดียวกันกับเรือนผมเลิกขึ้นเล็กน้อยขณะหยุดเท้าลงต่อหน้าผู้ที่เพิ่งผละออกจากกัน กำลังนินทาอะไรข้าอยู่หรือครับ ? ท่านขุนพล ข้ากำลังว่าจะเข้ามารบกวนเวลาความสุขเสียหน่อยแต่ดูท่าจะไม่ต้องแล้ว องค์ชายเรียกรวมตัวพวกเราแล้วครับ อาการผู้ถูกพิษตอนนี้แข็งแรงพอจะเดินทางต่อกันได้แล้ว เลือดของพวกมังกรนี่เป็นยาชั้นดีจริง ๆ

§----------------------------------§

ข้าให้พวกที่ไม่บาดเจ็บส่วนใหญ่แยกกระจายไปปะปนกับชาวบ้านตามเมืองอื่น ๆ เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็มีเหลือแต่พวกเราที่บาดเจ็บเอาการอยู่เท่านี้ขอรับ ฝ่าบาท ชายผมสีดำประบ่าเอ่ยรายงานเสียงเรียบสงบเช่นเคย

เรามีมังกรทั้งหมด 6 ตัว แต่ละตัวรับได้ไม่เกิน 4 นั่นหมายถึงเราพาพวกท่านไปได้แค่ 18 คน ยังเหลืออีก 4 คนแล้วเราจะเอายังไงกันดีล่ะ ริมฝีปากเรียวระบายลมหายใจออกแรงขณะดวงตาดำขลับกวาดมองกลุ่มคนโดยรอบ

คิ้วเรียวสีน้ำเงินเข้มเช่นเดียวกับเรือนผมเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนก้าวออกมาพร้อมปลดเข็มขัดออกจากเอว ขาดอีก 4 เช่นนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร ข้าจะพาพวกเขาไปเอง ริมฝีปากเรียวแย้มรอยยิ้มเล็กน้อยขณะยื่นมือส่งเข็มขัดอาวุธให้เจ้าของเรือนผมสีแดงสด ตามด้วยเสื้อนอกตัวหนายาวและรองเท้าหนัง ชายหนุ่มสะบัดศีรษะไปด้านหลังจังหวะเดียวกับที่เส้นผมสีน้ำเงินเข้มพริ้วยาวขึ้น ร่างสูงทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้นขณะร่างกายเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง

ท่านขุนพล !? ร่างโปร่งขยับเข้าหาหากลำแขนถูกชายผมทองคว้าเอาไว้รวดเร็ว ฝ่าบาท ท่านขุนพลน่ะขอรับ !

ชายหนุ่มส่ายศีรษะ อย่าเข้าไปใกล้ เขาไม่เป็นไรแต่เราอาจถูกลูกหลง ถอยออกมาอีกนิดเขาจะได้สบายใจ ว่าพร้อมกับรั้งร่างเพรียวให้ก้าวถอยห่างอีกเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ

ดวงตาสีน้ำทะเลเป็นประกายวาววับ เสื้อผ้าที่ยังสวมติดเริ่มปริขาดเป็นแค่เศษผ้าเมื่อผิวหนังเริ่มกลายเป็นเกล็ดแข็งและขนาดร่างกายขยายใหญ่ขึ้น ฝ่ามือและอุ้งเท้าที่วางอยู่กับพื้นมีพังพืดเชื่อมติดระหว่างนิ้วและเล็บยืดยาวออกจิกแน่นกับพื้นดิน ใบหูยืดแหลมยาวออกทั้ง 2 ข้างขณะที่เขาแหลมบิดเป็นเกลียวงอกขึ้นจากใต้เส้นผมทีละนิด สีผิวที่เป็นเกล็ดกลายเป็นสีน้ำเงินแกมเทาขณะเส้นขนสีน้ำเงินเข้มขึ้นต่อจากส่วนศีรษะยาวไปตามแนวสันหลังแล่วต่อด้วยเกล็ดแหลมขนาดใหญ่ตั้งขึ้นลดหลั่นกันไปจนจรดปลายหางยาวเป็นสีเดียวกัน

มือเรียวยกขึ้นปิดริมฝีปากขณะดวงตาสีแดงส้มเบิกกว้าง มองสบร่างที่กลับกลายเป็นมังกรสีน้ำเงินเทาขนาดใหญ่โตเต็มวัยสมบูรณ์ตรงหน้า มือเรียวขยับขึ้นลูบผิวที่เป็นเกล็ดแนบเนื้อหนังแข็งแต่หยุ่นแผ่วเบา ท่านขุนพล ทำไมถึงเปลี่ยนร่างได้แบบนี้ ?

ดูเหมือนจะเป็นผลข้างเคียงน่ะไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก เฟนริล เจ้าตัวเขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรนี่ ฝ่ามือใหญ่ตบลงบนบ่าลาดแผ่ว ๆ ก่อนเจ้าของเรือนผมสีทองสว่างจะขยับปีนขึ้นบนหลังมังกรสีน้ำเงินเทาไม่ยากเย็นนัก ฉุดร่างเพรียวของชายผมดำขึ้นนั่งซ้อนต่อจากตนเองขณะคนอื่น ๆ เริ่มแบ่งกลุ่มแยกย้ายกันขึ้นมังกรสีดำที่เหลือรวดเร็ว

ศีรษะใหญ่หันกลับมาหาร่างโปร่งที่ยังคงยืนนิ่ง ลมหายใจถูกผ่อนแรงเสียงดังก่อนใช้ปลายจมูกส่วนที่งุ้มลงเล็กน้อยคล้ายจงอยปากนกดันเร่งชายหนุ่มแผ่ว ๆ รั้งให้ปีนขึ้นประกบหลังคนสุดท้าย

ดวงตาสีดำสนิทกวาดสำรวจความพร้อม ขณะรั้งลำแขนเรียวของหญิงสาวที่นั่งซ้อนเบื้องหลังให้กระชับเอวตนแน่นขึ้น แล้วจึงเลื่อนมือลงตบบนลำคอที่มีแผลเป็นประปรายแผ่ว ๆ เอาล่ะ เริ่มเดินทางได้ เราต้องรีบเดินทางเพราะที่นี่อยู่ห่างหมู่บ้านเราไม่ต่ำกว่า 200 มาลส์ ดังนั้นเราจะไม่หยุดพักจนกว่าจะค่ำ ข้าจะไม่นำทางผ่านเมืองเพราะมันอันตราย เราต้องเลียบชายป่าไม่เฉียดใกล้เมืองดังนั้นระยะทางจะเพิ่มขึ้น มือเรียวยึดขนแผงคอมังกรไว้ขณะร่างใหญ่ทะยานขึ้นเหนือพื้นดิน นึกโล่งอกอยู่บ้างที่ท่านผู้นำเลือกอันดับ 6-10 มา เนื่องจากมังกรในอันดับนี้ทั้งหมดเป็นมังกรบิน บางทีคงคิดไว้ล่วงหน้าแล้วจึงเรียกหาแทนที่จะใช้อันดับก่อนหน้านั้นทั้งที่ความแข็งแกร่งเหนือกว่า

[ 1 มาลส์ (Mals) = 2.5 กิโลเมตร ]

§----------------------------------§

ชายหนุ่มหัวเราะแผ่วกับคู่สนทนาที่ปรากฏในวงแสงเลื่อมพรายตรงหน้า ถ้าอย่างนั้นไม่เกิน 3 วันคงกลับมาถึงสินะ ขอโทษที่ไปรับด้วยตัวเองไม่ได้นะ ดาร์ ข้าทิ้งรีกัลไปไม่ได้ ริมฝีปากเรียวหยักรอยยิ้มนิด ๆ ดวงตาสีทองสว่างเหลือบมองไปบนกองฟางเบื้องหลังที่เคยมีร่างเพรียวของชายผมสีน้ำตาลอ่อน มาตอนนี้เห็นเป็นผลึกหินแข็งทรงกลมรีคลุมไว้ตลอดทั้งร่างจนไม่สามารถมองเห็นภายในได้ ในขณะที่ร่างของมังกรซึ่งนอนนิ่งนั่นคล้ายถูกหุ้มด้วยเปลือกแข็งเป็นคราบสีขาวขุ่น แล้วเจ้าสาวท่านล่ะ ? ดาร์ เป็นยังไงบ้าง ? รับการเดินทางหนัก ๆ ไหวมั้ย ?

เรื่องนั้นต้องขอบคุณน้องสาวเจ้า ชายผมทองตอบกลับพร้อมรอยยิ้มกว้าง นางให้การดูแลเป็นอย่างดีที่เดียว ดีแล้วล่ะที่เจ้าส่งน้องสาวมาไม่อย่างนั้นข้าเองก็คงทำอะไรไม่ถูกนักกับเรื่องส่วนตัวของผู้หญิง กระแสเสียงดังกลั้วหัวเราะแผ่วเบารื่นเริง

ริมฝีปากเรียวคลี่ยิ้มบาง หวังว่าท่านคงมาถึงเร็ว ๆ นะ ดาร์ คิดว่าไม่นานท่านคงจะได้เห็นรีกัลที่เป็นราโคน่าเต็มตัว เขาเองก็คงแปลกใจที่ได้เห็นท่านที่นี่เหมือนกัน ชายหนุ่มระบายลมหายใจออกเล็กน้อย เอาล่ะ พักผ่อนร่างกายให้มากไว้ดีกว่า ท่านเพิ่งรับเลือดของเราเข้าไปเพื่อคลายพิษได้ไม่นานนักมันใช่จะรักษาได้ทันทีหรอกนะ ร่างกายท่านยังต้องพักฟื้นอีกสักระยะกว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้อย่างเป็นปกติ ข้าไม่รบกวนแล้วล่ะ เอาไว้พบกันที่นี่เลยดีกว่า ขอให้เดินทางโดยไร้อุปสรรค รอจนอีกฝ่ายพยักหน้ารับจึงโบกมือให้วงแสงนั่นเลือนหายไปต่อหน้า ดวงตาสีทองสว่างหรี่ปิดลงขณะมือข้างหนึ่งวางนิ่งบนหน้าขาและอีกข้างสัมผัสไล้เปลือกหินผลึกเย็นเรียบแผ่วเบา สามารถรับรู้กระแสชีวิตของร่างที่อยู่ภายในเปลือกหุ้มได้จาง ๆ บางเบาจนแทบไม่รู้สึกหากไม่ตั้งใจรับรู้

§----------------------------------§

ร่างโปร่งเพรียวคุกเข่าลงข้างชายผมสีน้ำเงินเข้มในชุดคลุมตัวหนาใหญ่ทั้งยาว ซึ่งนั่งเอนหลังพิงต้นไม้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย ท่านขุนพล เหนื่อยมากหรือเปล่าครับ ? ท่านบินติดต่อกันไม่ได้พักตั้งแต่ 2 วันก่อนแล้ว

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมองเจ้าของเรือนผมสีแดงสด ริมฝีปากเรียวกรีดรอยยิ้มบางขณะเอื้อมมือรั้งร่างเพรียวให้เอนร่างลงในอ้อมแขน ไม่เป็นไร จริง ๆ ต้องบอกว่าโชคดีที่ข้าได้ผลข้างเคียงของการกินหัวใจมังกรมา เป็นโชคในโชคจริง ๆ ที่มังกรเจ้าของหัวใจนั่นเป็นมังกรบินข้าถึงได้ร่างมังกรบินมาด้วย ฝ่ามือใหญ่ลูบลงบนเรือนผมแดงสดนุ่มมือไปมา ริมฝีปากทาบลงแผ่วเบาบนผิวหน้าผากเนียนก่อนเปล่งเสียงหัวเราะเมื่อหางตาเหลือเห็นชายผมสีเทาเงินผุดลุกขึ้นเดินไปด้านหนึ่ง

ท่านคียัน มีอะไรหรือครับ ? ร่างเพรียวเงยหน้าขึ้นสบสายตาเจ้าของอ้อมแขนที่โอบกอดกึ่งประคองตนเองไว้

ดูเหมือน . . ฮาล์ฟจะหมายตาอะไรอยู่น่ะ ไม่มีอะไร ชายหนุ่มกระชับแขนขณะกดรั้งศีรษะร่างโปร่งให้เอนซบลงกับอกตน พักผ่อนเถอะ เฟนริล บาดแผลบนไหล่เจ้ายังไม่ปิดสนิทดีนักข้าไม่อยากให้เจ้าทำอะไรฝืนกำลังจนเกินไปเดี๋ยวเกิดเป็นอะไรขึ้นมามันจะยิ่งยุ่ง ราตรีสวัสดิ์ เด็กน้อยของข้า . . เพลิงตะวันของข้า

ริมฝีปากเรียวกรีดรอยยิ้มบาง ราตรีสวัสดิ์เช่นกันครับ ท่านขุนพล พักผ่อนให้มากนะครับ ร่างเพรียวขยับยันกายขึ้นเล็กน้อย ทาบริมฝีปากข้างผิวแก้มอีกฝ่ายแล้วกลับซุกใบหน้าลงกับอกกว้างซ่อนริ้วรอยแดงระเรื่อจากการถูกพบเห็นรวดเร็ว

§----------------------------------§

ดวงตาสีแดงสดตวัดขึ้นรวดเร็วเมื่อรู้สึกถึงฝ่ามือที่วางลงบนบ่าตน ริมฝีปากเรียวระบายลมหายใจออกแรงเมื่อมองเห็นร่างที่ทรุดกายลงนั่งข้างตน เจ้าน่ะเอง มีอะไรรึ ? ฮาล์ฟ หรือว่านอนไม่หลับ ? ชายหนุ่มเอ่ยปากถามพร้อมรอยยิ้มบางบนริมฝีปาก

เจ้าของเรือนผมสีเทาเงินขยับเข้าชิดอีกฝ่ายยิ่งขึ้น ศีรษะเอนพิงพอดีกับหัวไหล่ของร่างที่นั่งพิงต้นไม้ด้วยท่าทีสบาย ๆ ไม่เชิงหรอก เพียงแต่ข้านอนดึกมากบ่อย ๆ เพราะมันมีเรื่องสนุกให้ทำเสมอน่ะก็เลยชิน ว่าแต่ท่านอยู่เวรยามกลางคืนคนเดียวไม่เบื่อบ้างหรือ ? ระยะ 70 ก้าวโดยรอบถูกกั้นอาณาเขตเอาไว้ก็ไม่น่ามีอะไรต้องกังวลไม่ใช่หรอกรึ ? คาร์เนลอธ มือเรียวขยับขึ้นวางลงบนหลังมือใหญ่ที่วางนิ่งกับเข่าข้างที่ยกชันเอาไว้แล้วไล้นิ้วยาวเรียวของอีกฝ่ายเล่นเบา ๆ

อาณาเขตแข็งแกร่งก็จริงแต่ก็สามารถมองผ่านได้ เราอาจถูกพบเห็นจากภายนอกและอาจถูกติดตามขณะเดินทาง ข้าก็เลยต้องมานั่งเฝ้ายามนี่ไงว่าจะมีใครเข้ามายุ่มย่ามแถวนี้บ้าง ชายหนุ่มเอ่ยตอบทั้งที่ยังมองออกไปตรงหน้านิ่ง กระทั่งรู้สึกถึงสัมผัสอุ่น ๆ บนหน้าขาจึงก้มลงมองสบพอดีกับดวงตาสีเขียวสดของร่างที่เอนตัวลงนอนหนุนหน้าขาตน คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อยขณะริมฝีปากเรียวคลี่ยิ้มกว้าง ฝ่ามือใหญ่ที่สวมแหวนทองแดงสลักหุ้มทั้งนิ้วลูบลงบนเรือนผมสีเทาเงินแผ่วเบา เจ้าควรหาที่นอนที่สบายกว่านี้นะหากง่วงล่ะก็

ชายหนุ่มส่ายศีรษะเล็กน้อย หนักหรือ ? บางทีท่านคงรำคาญข้า . . ต้องขอโทษด้วย ร่างโปร่งผ่อนลมหายใจออกแผ่วก่อนขยับยันกายลุกหากไม่ทันไรเอวก็ถูกคว้าไว้รวดเร็ว ริมฝีปากเรียวคลี่ยิ้มบางขณะดวงตาตวัดมองขึ้นสบดวงตาแดงสดของเจ้าของอ้อมแขน มือเรียวสัมผัสไล้ผิวแก้มอีกฝ่ายแผ่วเบา ตัวท่านเย็นมาก คาร์เนลอธ

คืนนี้อากาศเย็น แต่ข้ายังต้องอยู่ยามอีกนานกว่าจะได้เปลี่ยนเวรกับคนอื่น

ถ้าเช่นนั้น . . ข้าคงช่วยเหลือท่านได้ เจ้าของเรือนผมสีเทาเงินเลื่อนมือปลดเสื้อนอกออกจนเหลือเพียงตัวในสีฟ้าอ่อน ขยับกายนั่งลงระหว่างท่อนขาแข็งแรงดึงผืนผ้าคลุมที่ชายหนุ่มใช้ต่างผ้าห่มออกตามด้วยเสื้อนอกสีเข้มก่อนเอนร่างลงแนบชิด คลี่ผืนผ้านั่นคลุมซ้อนลงขณะโอบแขนรอบเอวอีกฝ่ายไว้ ดีขึ้นบ้างหรือไม่ ? ข้าหวีงว่ามันจะช่วยให้ท่านรู้สึกอุ่นขึ้นได้บ้าง

เจ้าของเรือนผมยาวดำขลับระบายยิ้มกว้าง ลำแขนใต้ผืนผ้าที่ห่มคลุมตัวคนทั้งคู่ไว้ขยับกอดตอบร่างโปร่งกระชับ ช่วยได้มากทีเดียว ฮาล์ฟ เจ้าช่างน่ารักอย่างที่เดย์ลาสว่าจริง ๆ กระแสเสียงต่ำทุ้มเอ่ยกระซิบกลั้วหัวเราะแผ่วเบา ข้าชอบเจ้านะ . . เดย์ลาสก็ด้วย เจ้าเป็นมนุษย์คนแรกที่เข้ามาคุยกับพวกเราอย่างเป็นกันเองขนาดนี้

พวกท่านไม่ได้แตกต่างไปจากข้าหรือคนอื่น ๆ นี่ อีกอย่างพวกท่านก็เป็นคนของสหายเจ้าชาย ข้าไม่มีเหตุผลต้องกลัวพวกท่าน ชายหนุ่มยิ้มกว้างขณะเงยหน้าสบสายตาร่างสูงกว่า มือเรียวเลื่อนขึ้นประคองข้างใบหน้าอีกฝ่ายขณะจ้องมองนิ่งในดวงตาสีแดงสดคู่นั้น สีแดงสดเช่นสีของโลหิต . . เพียงสีเดียวที่หลงไหลจนไม่อาจทอดถอนได้ ดวงตาของท่านสวยเหลือเกิน คาร์เนลอธ สวยเสียจนข้านึกอยากให้ดวงตาคู่นี้มองเห็นแต่เพียงข้า อืม . . ข้านี่เห็นแก่ตัวเอาการทีเดียวนะ กระแสเสียงกลั้วหัวเราะกังวานใสหากไม่ดังไปกว่าเสียงกระซิบเท่าใดนัก

ข้าทำไม่ได้หรอก ชายหนุ่มเอ่ยตอบเรียบ ๆ ขณะรั้งมือเรียวข้างหนึ่งขึ้นจรดริมฝีปาก แต่บางทีหากแสงอาทิตย์ลาลับและข้าไม่มีธุระอื่นอีก ข้าอาจสามารถช่วยให้เจ้าสมปรารถนาได้ . . ดวงตาคู่นี้จะมองเพียงเจ้าหากเจ้ายอมอยู่ในอ้อมแขนข้าเช่นนี้ ข้าอยากเห็นเจ้าอยู่บนเตียงของข้าทุกเช้าจนชั่วนิรันดร์

แขนเรียวเลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอหนา สำหรับข้ามันคือความปรารถนาไปจนชั่วชีวิต ทว่าสำหรับท่านมันเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็ก ๆ ของกาลนิรันดร์ ไม่ช้า . . เมื่อข้ากลายเป็นสิ่งน่าเบื่อ เมื่อข้ากลายเป็นชายแก่อัปลักษณ์ ท่านคงไม่ปรารถนาให้ข้าอยู่ใกล้ชิด สุดท้ายจะไม่มีภาพของข้าอยู่ในดวงตาสีโลหิตคู่นี้ ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจขณะก้มใบหน้าซบลงกับอกอบอุ่นตามเดิม แล้วมันจะกลายเป็นเพียงความฝันชั่วข้ามคืน . . อย่าดีกว่า นิรันดร์กาลอาจมีอยู่จริงแต่สำหรับข้ามันไร้ความหมาย เราเพียงมีความสุขกับฝันชั่วครั้งคราวน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพวกเรา

ฝันชั่วครั้งคราวหรือ . . . ข้าไม่ชอบคำนี้แต่ใครเลยจะรู้อนาคตได้ ริมฝีปากเรียวทาบลงกลางศีรษะที่ปกคลุมด้วยเรือนผมสีเทาเงินอ่อนนุ่มขณะกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น ฮาล์ฟ . . ข้าน่ะ . . ข้าอยากกอดเจ้าเสียให้หนำใจเดี๋ยวนี้แต่ข้าไม่อยากให้มันเกิดขึ้นในที่แบบนี้แม้เจ้าจะไม่รังเกียจก็ตาม

ชายหนุ่มเปล่งเสียงหัวเราะระรื่น ท่านกำลังกอดข้าอยู่แล้ว คาร์เนลอธ

ข้าหมายถึงอยากมีสัมพันธ์กับเจ้า อย่าแกล้งไม่รู้เรื่องเลย ฮาล์ฟ ข้ารู้ว่าเจ้าเข้าใจความหมายของข้า คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเมื่อยังคงได้ยินเสียงหัวเราะขบขันจากร่างในอ้อมแขน

เปลือกตาเลื่อนปิดลงเนิบช้า แน่นอน . . ข้าย่อมยินดี หากแต่ข้าเคารพความคิดของท่านแม้ข้าเองจะอยากถูกโอบกอดเสียเดี๋ยวนี้ก็ตาม ในเมื่อท่านต้องการสถานที่ซึ่งเหมาะสมข้าเองก็จะรอจนกว่าจะถึงเวลา . . ตามความต้องการของท่าน

§----------------------------------§

-TBC-

เหนื่อย . . ได้อัพเพิ่มสักทีหลังจากดองค้างไว้นานมากกกก ไว้จะพยายามลากสังขารตัวเองมาต่อนะจ๊ะจะได้จบๆไปสักเรื่อง เฮ้อ *ปาดเหงื่อ

PS. ยังคงหวังว่าหน้าเพจงวดนี้จะออกมาสมบูรณ์เช่นเคย ก็เหมือนเคยนะ ถ้าต้องแก้แล้วแก้เกินห้ารอบแล้วยังไม่หายนี่ก็ขอลาเลยนะจ๊ะ